mesodiar

Having me on those pictures are the prove that I was there

Month: June 2017

[Reviewสั้นๆ] หนมในทริป Norway และ Iceland

เราเป็นคนที่ชอบกินขนมหวานมาก บ่อยครั้งที่เราจะไม่ชอบกินของคาว หรือกินของคาวน้อยๆเพื่อให้รู้ว่ากินอาหารหลักแล้ว แล้วก็จะตั้งหน้าตั้งตารอคอยขนมหวานกินตบในตอนท้าย

และเรายังเป็นแฟนตัวยงของบรรดาเจ้า Chocolate ทั้งหลาย โดยเฉพาะ milk chocolate

ดังนั้นไม่ว่าเราจะไปไหน เราจะตื่นเต้นกับชั้นวางขนมในร้านสะดวกซื้อ ดูว่ามีของอะไรแปลกๆ มีอะไรใหม่ๆบ้าง

พอมีโอกาสได้ไป Norway + Iceland ประมาณ 10 กว่าวัน เป็น Norway ประมาณ 2 วัน และ Iceland ประมาณ 8 วัน เราก็ย้ายไปทำตาโตหน้าชั้นวางขนมที่นั่นแทน

เกือบทั้งหมดนี้เป็นรีวิวที่เราเคยเขียนในทวิตเตอร์ไปแล้ว มันเลยออกจะสั้นไปหน่อย แต่รับประกันความเยอะได้เลย

รีวิวขนม Norway:

1. <ไอศกรีมโคน> อร่อยมากก

2. <มันฝรั่งทอดกรอบ> อร่อยดีรสปาปริก้าแต่เคี้ยวไม่ลื่นมากเท่าไร ไม่กรอบเท่า Lays

3. <โยเกิร์ต> โยเกิร์ตเกรน เกรนมันค่อนข้างแข็งๆแบบไม่กรอบเลย ฝืดๆ เลยเคี้ยวแล้วเคี้ยวอีก 5555

4.<ช็อกโกแลต> ซื้อที่สนามบิน อร่อยมากก เราชอบกิน chocolate แบบ bubble ใครชอบไม่ควรพลาดสิ่งนี้

5. <ช็อกโกแลต> อันสีเหลือง ตอนแรกนึกว่าทอฟฟี่เฉยๆ พอกินเป็นช็อกแลตขนาดพอคำ หวานแต่อร่อย กินเพลินๆจะหมดเอา แต่เน้นๆเลยว่า อร่อยมากกกกกกกก

 

 

จากนี้ไปจะเป็นที่ Iceland

6. <น้ำอัดลม> อร่อยมาก เหมือนโค้กแต่หวานกว่า มันดีต่อใจ แต่หาซื้อยากก อันนี้ซื้อที่ Kingslan ในตัวเมือง Reykjavík

7. <น้ำผลไม้> กินทุกวัน ชอบมากก เพราะเราเป็นคนที่ชอบกินน้ำส้มตอนเช้า วันไหนที่รู้ว่ามีน้ำส้มก็จะอยากรีบตื่นมากิน 5555
มันจะเปรี้ยวๆ ไม่หวานเลี่ยน เราว่ามันโอเค และราคาก็โอเคนะ จะเจอในราคา 2 กว่าๆบ้าง แต่ถ้าถูกๆก็ประมาณ 1 – 2 ISK ละมั้ง จำไม่ค่อยได้ ตีเป็นราคาไทยก็ 30 ~ 60 บาท

8.  <น้ำอัดลม> เหมือนแฟนต้าน้ำส้มบ้านเราแบบจืดๆ

9. <ช็อกโกแลต Minstreis>  หวาน รู้ตัวอีกทีก็หมดซอง

9.5 Texture ตอนนี้จะต่างกับ Milka ไส้ Oreo คือมันจะผสมเข้ากับเนื้อ Milk Chocolate แบบ random

10. <ช็อกโกแลต>  Milka ไส้ Oreo หย่อย หวานๆ รู้สึกว่าตัวนี้จะขายในประเทศอื่นในยุโรปด้วย
texture ของตัว Oreo จะเหมือนเป็นสอดไส้เลย จะให้ความรู้สึกเน้นหวานจาก Oreo มากกว่า เคี้ยวไม่กรุบเท่าตัวแรก

11. <ไอศกรีมโคน> หย่อย เหมือนทุกไอติมโคนจะนิ่มไม่มีแข็งเหมือนคอเน็ตโต้บ้านเรา

12.<ขนมปัง> ขนมปังcinnamon เฉยๆ

13. <เวเฟอร์> เหมือนเซียงไฮ้คาราเมล

14. <น้ำอัดลม> Sprite ซีโร่ – จืดดี

15.<เวเฟอร์> – เซียงไฮ้ช็อกแลตมีเกล็ดมะพร้าว

16. <ช็อกโกแลต>  กินแล้วคายทิ้ง แค่เห็นซองก็กระอักกระอ่วน

17.<มันฝรั่งทอดกรอบ> น่าจะมีขายบ้านเรานะ

18.<น้ำผลไม้>แนวๆเบอร์รี่ อร่อยวัวตายควายล้ม ซื้อกลับบ้านได้ไหม เราชอบบบบมากกกกกกก
แทบจะกินแทนน้ำเปล่า

19.< ช็อกโกแลต> Toblerone อันใหญ่ในราคาถูกกว่าไทย

20.<ไอศกรีมถ้วย> ตัวนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตากัน หย่อย

21. <โยเกิร์ต> ก็ Yogurt drink ทั่วไป ไม่ได้ติดใจชอบอะไรพิเศษ

22. <น้ำอัดลม> น้ำอัดลมรสอะไรสักอย่าง มันพูดไม่ถูกอ่ะ มันก็รสชาติไม่ได้แย่นะ แต่ก็ไม่อยากกินมันอีก มากินเอาตอนใกล้กลับแล้ว แถมกินไม่หมด พอจะกลับก็ทิ้งไปเลยแบบไม่เสียดาย

23. <ช็อกโกแลต+เวเฟอร์> อันนี้ของฝากตอนกลับมาไทยแล้ว (แล้วก็ไปแย่งคนถูกฝากกิน)
อร่อยมากกกกก


24. <เยลลี่>

ถุงเยลลี่ปลาหมึก เรียงจากบน -> ล่าง
หย่อย  ->   #ไม่อร่อยอย่าแดกแต่หลอกให้เพื่อนแดกแทน   ->     ก็ดีนะ แต่ก็ไม่อยากกินอีก

ในส่วนของ Milka ที่เหลือ บอกเลยว่าหวานมาก หวานตามสไตล์ของนาง

25. <ช็อกโกแลต> อันนี้เป็นช็อกโกแลตไข่ Easterที่ได้ฟรีจากสายการบิน IcelandAir บนไฟล์ทขากลับไป Norway ค่ะ อร่อยมากแต่ไม่เห็นยี่ห้อ 🙂

26. <น้ำอัดลม> โคล่าออร์กานิค มาแนวเดียวกับโค้กซีโร่ไรงี้ที่ให้สารความหวานที่ไม่ใช่น้ำตาล แต่เราว่าเราไม่ชอบอ่ะ มันแปล่งๆแบบอร่อยไม่สุด

27. <กาแฟ> อันนี้เป็นกาแฟฟรีที่ได้จากปั๊ม Olis
เพราะว่าแบรนด์ที่เราเช่ารถเขาฮั้วะกะปั๊มเลยได้กินกาแฟฟรีเมื่อไปเติมน้ำมันกะปั๊ม Olis
บางทีก็ได้ฟรีหลายแก้ว บางทีก็ได้แก้วเดียว แล้วแต่เด็กปั๊มให้ มาตรฐานไม่เท่ากัน55555
ถ้าถามว่าอร่อยไหม มันก็กาแฟที่รสชาติโอเคแหล่ะ แต่ความดีที่เพิ่มจากความโอเคของมันคือ มันอุ่น! ท่ามกลางอากาศติดลบ นี่มันก็สวรรค์ดีๆนี่เอง

28. <นม> คิดว่าเป็นนมช็อกโกแลต แต่ความรู้สึกคือมันไม่เน้นช็อกโกแลต ออกแนวเน้นนมๆ หวานๆมากกว่า ความช็อกโกแลตสู้โฟร์โมสบ้านเราไม่ได้

29. <ช็อกโกแลต> เป็นตัวที่เคยกินแล้วที่ USA แต่ซื้อเพราะว่าไมโลที่เตรียมมาหมด
แล้วเรากับแม่ก็ชอบกินแนวมอลต์ chocolate อุ่นๆตอนเช้ามากๆ เลยต้องตามหาสิ่งที่ช่วยสนองกิเลสได้
ชงน้ำอาจจะสู้ไมโลไม่ได้ แต่พอชงด้วยนมร้อนมันจะฟินนนนนนนนมากกก

30. <น้ำอัดลม> ก็โค้กซีโร่ปกติ แต่ชอบแพ็คเกจจิ้งเฉยๆ

31. สุดท้ายแล้ว สรุปเกี่ยวกับขนมใน Iceland

  • ขนมในไอซ์แลนด์จริงๆแพงมาก คิดว่าเป็นที่ลักษณะประเทศที่มีประชากรน้อย และทรัพยากรทางธรรมชาติจำกัด การสร้างโปรดักต์ในไอซ์แลนด์เลยน่าจะมีต้นทุนสูง
  • ขนมส่วนใหญ่ที่กินเลยเป็นขนม import เพราะถูกกว่ามาก มาจากภายในยุโรปเต็มเลย
  • ด้วยความที่เป็นประเทศที่ประชากรน้อย ส่วนใหญ่เลยอยู่เป็นเมืองเล็กๆ ก็ต้องไปเน้นซื้อในร้านชำเล็กๆหรือร้านในปั๊มบ้าง พวกนี้จะราคาแพงหน่อย
    แต่พอเข้าพวก Store ขายส่งก็จะถูก (เป็นธรรมดา) เช่นใน Bonus เป็นต้น

ภายในร้าน Bonus มีสีที่เป็นเอกลักษณ์คือสีเหลือง

  • รูปอาจจะไม่สวยไปหน่อย โฟกัสไม่โดนบ้าง เพราะรีบกิน
  • ล้อเล่น จริงๆคือทริปนี้เป็นทั้งเนวิเกเตอร์ และตากล้องถ่ายวิวจากบนรถ ทำให้ถ่ายรูปยาก
  • รูปทั้งหมดถ่ายด้วยไอโฟน
  • สรุปแล้ว พอจบทริปแล้วก็โคตรอ้วนเลย

2017 Half-Year Summary

2017 Half-Year Summary

เป็นปีที่เรียกว่าพีคมาก ทุกเสาร์- อาทิตย์ต้องแน่น ต้องไปอีเว้นท์, ทำงาน, เที่ยว, ทำงาน, อีเว้นท์ และอีเว้นท์อีกที

  1. ไปเชียงใหม่

    ไปเชียงใหม่ครั้งที่ 2 ในชีวิต ไปงานรับปริญญาเพื่อนที่ไป Work&Travel ด้วยกัน เราก็ขนเพื่อนที่ไปเวิร์คด้วยกันที่อยู่กรุงเทพ บุกไปหาเลยนี่ล่ะ เพราะว่าสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะไป สุดท้ายก็ได้ไปจริงๆ


  2. Job @ Pronto Tools

    จริงๆทำงานที่ Pronto ตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้ว แต่ยังเป็นแค่ Contract จนพอเดือนกุมภาก็เข้ามาเป็น Full-Time จริงๆ แน่นอนว่าได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย สนิทกับคนในทีมมากขึ้น เรียนรู้ในการทำงานกับคนอื่นแบบจริงๆจังๆ เข้ามาที่นี่ก็ได้ฝึกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Technical  หรือ Soft skills แล้วก็ค้นพบอะไรๆในตัวเองหลายๆอย่าง

    ตอนแรกเครียดมากตอนเข้ามาใหม่ๆ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่มีประสบการณ์ แต่ก็ปรับ mindset ไปเลยว่า เราก็ต้องพยายาม พยายามเรียนรู้ให้เยอะๆ ประสบการณ์มันไม่ได้มาแค่ข้ามคืนก็ต้องอาศัยความพยายาม และอาศัยเวลาไปเรื่อยๆ
    แค่เราต้องไม่ปิดกั้นโอกาสและความคิดตัวเองเราก็พอ

    ทั้งนี้ต้องขอบคุณ พี่กาน พี่เก๋ พี่แยม โครี่ เคดี และทีม Pronto Tools มากๆสำหรับโอกาสที่มอบให้มากมายเกินกว่าคนๆหนึ่งที่ควรจะได้รับ  🙂

    สมุดเล่มนี้เป็นสมุดที่กล่าวถึง mission และ value ของ Pronto เป็นสมุดที่ได้อ่านครั้งแรกตอนสัมภาษณ์ฝึกงาน และก็ชอบมาก อยากได้สมุดเล่มนี้ตั้งแต่เข้ามาฝึกงาน จนผ่านฝึกงานก็แล้ว จนผ่านมาเป็น contract ก็แล้ว สุดท้ายได้ตอนมาเป็น Full-time นี่ล่ะ โดยที่ KD และ Cory จะเขียนข้อความเซ็นทุกเล่มที่ให้กับทุกคน

     

  3.   Opposite roles @ CE smart career KMITL

    คิดแล้วก็ตลกดี ปีที่แล้วมางาน CE smart career ในฐานะเด็กปี 3 กำลังล่าที่ฝึกงาน ตอนนั้นสมัครไปแค่ที่เดียวคือ Pronto
    ตอนนนั้นเข้ามาฟังพี่เขาพูดแนะนำบริษัทแล้วรอผลว่าจะพี่เขาจะรับไหม แล้วจบวันนั้นก็รู้ผลเลยว่าได้ฝึกงาน !
    พอมาปีนี้ ตอนนั้นได้ทำงานที่พรอนโต้ละ จากเด็กที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์ก็ดันมาอยู่หลังเคาท์เตอร์คอยพรีเซ้นท์ว่าทีมทำอะไร เพื่อนๆน้องๆภาคก็เดินเข้ามาหาเต็มเลย รู้สึกได้ถึงบทบาทที่เปลี่ยนไปทั้งๆที่มันผ่านไปแค่ปีเดียวเอง

     

  4. ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย

    ตลอดปี 4 เทอม 2 เป็นช่วงเวลาที่เครียด เครียดมาก
    5 เดือนที่แสนเครียดเพราะต้องทำงาน 3 วัน คือวันจันทร์-พุธ และอีก 2 วันถัดมาต้องกลับไปเรียนที่ลาดกระบัง มีเรียน 2 ตัวบวกกับวิชาโปรเจคอีก เครียดมากโดยเฉพาะโปรเจคจบนี่ล่ะ
    requirement และโครงร่างเพิ่งมาสมบูรณ์จริงจังเอาตอน 2 เดือนสุดท้าย ตอนนั้นก็ต้องรีบปั่น บวกกับทำงานและทบทวนความรู้ที่เรียนจากทำงานอีก จนมันรวบเอาเวลาพักผ่อนช่วงเสาร์-อาทิตย์หายไปเลย เมื่อก่อนมีเวลาว่างไปดูหนัง แต่พอมาเทอมนี้นี่หนังดังๆที่เข้ามามากมาย แทบไม่ได้ดูเลย มาดูอีกที ได้ดู Fantastic beast, Trolls, La La Land ตอนขึ้นเครื่องไปเที่ยวที่ไอซ์แลนด์55555

    และแผนที่วางไว้ว่าโปรเจคจะต้องจบก่อนสงกรานต์ แต่กำหนดการและรูปงานเปลี่ยน กลายเป็นลากยาวไปต้นพ.ค.นู่นเลย
    ซึ่งตอนนั้นก็ติดไปเที่ยวพักร้อนยาวพอดี แทนที่จะได้หยุดปั่นงานเหมือนคนอื่นเขา เราก็เอาวันหยุดไปจัดเต็มกับแผนเที่ยวที่อัดแน่นในสงกรานต์ เครียดมาก

    ตอนนั้นความเครียดก็ส่งผลกระทบกับเราเองและพาลไปถึงคนรอบข้างด้วย กลายเป็นคนโมโหง่าย ละก็เครียดอีกตลบ ไหงกลายเป็นงี้เนี้ยยย

    แต่ผ่านทุกเหตุการณ์มาได้เพราะมี Phawin ที่เป็นคู่โปรเจคและคอยช่วยสนับสนุน และไม่โกรธเวลาโมโหใส่เพราะรู้ว่าเครียด ขอบคุณมากๆที่เข้าใจ
    และต้องขอบคุณ ลี่ กับ เค ที่คอยช่วยส่งงานให้ในวันที่เข้ามอไม่ได้จริงๆ ก็ฝากเจ้าพวกนี้ปริ้นเอกสาร เช็คชื่อให้ ขอบคุณมากๆ

  5. Iceland Trip

    มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ Norway และ Iceland
    ก่อนไปไอซ์แลนด์จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ down กับตัวเองมาก เฟลไปหมด จนกระทั่งไปชาร์จแบตที่นู่น ได้เที่ยวและเปิดโลกอะไรใหม่ๆ อากาศติดลบหนาวๆ เจอทั้งหิมะ ลม ฝน ในวันเดียวกันแปรปรวณยิ่งกว่าคนเป็นเมนส์
    แต่สนุกนะ สนุกมากก และหวังว่าจะได้เล่าเรื่องราวๆนี้เต็มๆอีกที

    Jökulsárlón Glacier Lagoon

    Aurora ที่ถ่ายเองในคืนที่หนาวมากๆ

  6. เรียนจบ

    จนสุดท้ายจนแล้วจนรอด  ทำโปรเจคเสร็จก็ปั่นเล่มโปรเจคต่อ รู้ตัวอีกทีก็ต้องอ่านหนังสือเพื่อสอบไฟนอลอีก เหนื่อยยยมาก แต่ก็ผ่านทุกๆอย่างมาได้


    และวันก่อนส่งเล่มก็ต้องไปวิ่ง Midnight Marathon ระยะ 21km ต้องรีบนอนเพื่อที่จะนอนให้พอ 7 ชม. วันนั้นหัวร้อนมากกก55555

  7. Now it’s blooming

    เริ่มเลี้ยงตะบองเพชรมา 2 ปีจะเกือบ 3 ปี ตะบองเพชรที่เลี้ยงเพิ่งมาบาน และบานจากต้นเดียวกันไป 3 ดอก ดีใจจนไม่รู้จะดีใจยังไง ไม่สามารถนิยามความดีใจนั้นได้ คงเป็นเพราะสมัยตอนเลี้ยงอยู่หอ แสงแดดและน้ำไม่พอดีสำหรับการเลี้ยง พอเอากลับมาบ้าน(เพราะต้องไปทำงาน 3 วัน อยู่บ้านสะดวกกว่า)
    เหมือนกับคลิ๊ก ต้นไม้ที่ซื้อมาจากเจเจประมาณปีกว่าก็บานให้ดู แล้วดอกแรกที่บาน ดันมาบานตอนไปเที่ยวพักร้อนยาว เลยให้พี่ที่ฝากบ้านไว้ให้ส่งรูปผ่านไลน์ให้ทุกวัน

    ดอกที่ 3 ของปี

     

  8. ไปคอนเสิร์ต Goo goo dolls

    เพลงโปรดในดวงใจ Iris คราวนี้ได้ฟังจากเสียงสดของเจ้าของเพลงจริงๆ มีความสุขมากจริงๆ เป็นคอนเสิร์ตที่ไปคนเดียว(เพราะดันชอบอยู่คนเดียว) แบบไม่กลัวอะไร ถึงจะเหงาแต่ความฟินนั้นคุ้มกว่า

    John และ Robby จาก Goo Goo Dolls อยู่ห่างจากเวทีแค่ไม่กี่เมตรเอง

  9. เรียนรู้การเป็น Product Owner ที่งาน GDG Sriracha ( Women Techmakers)

    ได้ไปมหาลัยเกษตรศรีราชา ช่วยพี่เก๋สอน Scrum และบวกกับเป็นงานที่แข่งขันกันเพื่อเอารางวัล โดยพี่เก๋ให้ไปช่วยเป็น PO ในแต่ละทีม แต่ละทีมก็จะมี ผู้ช่วยด้าน technical 1 คน คนในทีมอีก 4 คน และ PO  1 คน ซึ่งก็คือเรา

    ปกติบทบาทเดิมของเราจะเป็นคนใน Team พอจะต้องเป็น PO  ก็ต้องคิดและวางแผนว่าเราอยากได้ product อะไร แบบไหน ใช้เวลาไปเท่าไร ขั้นต่ำของงานที่ต้องการควรประมาณไหน มันทำให้เราได้ปรับมุมมองไปเลยว่า เฮ้ย เป็น PO นี่มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย

    และในขณะที่แข่งขัน ยังได้มีเวลาเล็กน้อยที่ได้สลับหมวกเป็น scrum master ของอีกทีมอีกด้วย ได้สอนอะไรหลายๆอย่างคนอื่นก็สนุกมากๆ จนตอนสุดท้ายทีมที่เป็น PO ให้ก็ได้รางวัลชมเชยไป ดีใจจริงๆ

  10. Achievement unlocked

  • half marathoner 21km

ได้วิ่ง 21km อย่างที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ เคยเขียนตามนี้เลย

  • ได้เป็น speaker งาน codemania 101

ตื่นเต้นมาก ขนาดตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นพูดตั้งแต่ต้นปีแล้ว จนมาถึงวันงานจริงๆก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี เพราะเป็นงานใหญ่ และคนฟังแต่ละคนก็มาจากสายนี้ โหดๆ ทั้งนั้น
แม้ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้มากนัก แต่ทุกอย่างก็เป็นประสบการณ์ จะเก็บข้อดี และข้อเสียต่างๆไว้ปรับปรุงในครั้งหน้า หากมีโอกาสก็จะออกมาพูดอีก 🙂

เสื้อฮู้ดที่จะได้เฉพาะ Speaker เท่านั้น อยากได้มานานแล้ว xD

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén