ใครที่เป็นแฟนของอนิเมชั่นดังๆของจิบลิ จะไม่มีทางไม่รู้จัก Ghibli Museum ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเราเอง เราซื้อตั๋วเครื่องบินตั้งแต่เดือนก.พ. เพื่อจะมาเดือน ธ.ค. และเหตุผลหลักที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้คือเพื่อจะมาที่นี่โดยเฉพาะ !
ทุ่มเทแค่ไหนทุ่มให้หมด เทหมดหน้าตัก แต่จะแพลนไปเที่ยวทั้งทีต้องรอบคอบ สิ่งที่ควรรู้ว่าการเข้าไป Ghibli Museum นั้นโคตรยาก !


สิ่งที่ควรต้องเช็คก่อนแพลนจะไปคือ

1. Ghibli Museum มีเวลา maintenance และวันหยุด

ต้องเข้าไปเช็คที่: http://www.ghibli-museum.jp/en/info/
โดยจะมี maintenanceในเดือน May กับ November และวันหยุดทุกวันอังคาร

2. ต้องระบุการจอง วัน-เวลา เป๊ะๆ
ตั๋ว Ghibli Museum นั้นมีรอบ10.00, 12.00, 14.00 และ 16.00 และมีจำนวนจำกัดในแต่ละช่วงเวลา
ถ้าแพลนข้อแรกไม่ดี หรือบังเอิญจองไม่ทันก็อาจจะสำรองไปวันอื่นไม่ได้ อันนี้ต้องเช็คให้ชัวร์

3. ช่องทางการซื้อ
เมื่อก่อนที่นี่มีขายเฉพาะ Lawson เท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้มีซื้อออนไลน์ได้แล้ว นั่นแปลว่าคนทั่วโลกจะมาแย่งกันกด
ลองเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ghibli-museum.jp/en/ticket-information/

ทริปนี้เราจะพลาดไม่ได้ กลัวไม่ได้ไปเราเลยซื้อผ่าน Agency ราคาเพิ่มมาเป็นประมาณ 2 เท่าตัว แต่นับว่าคุ้มนะ เพราะถ้าไม่ได้ไปเราจะเสียทริปนี้ไปฟรีๆ T^T ขนาดจองผ่านเอเจนซี่ยังลุ้นเลยว่าจะได้ไหม สุดท้ายก็ได้ วันที่รู้ว่าได้นี่นอนแทบไม่หลับเลย ตื่นเต้นมากๆ

เมื่อเอเจนซี่ของเราส่งตั๋วมาให้แล้ว โดยให้นางส่งผ่านทาง Airmail จัดส่งภายใน 5-7 วัน คราวนี้เราก็มาเริ่มทริปล่าฝันกัน !

วิธีการเดินทาง
สถานีที่ใกล้สุดคือ Mitaka station แล้วเลือกว่าจะไปต่อด้วย..
– เดิน: ประมาณ 20 นาที หรือ
– นั่งรถเมล์: จะมีรอบดังนี้

รอบรถบัส Cr. onestopjapan

 


โดยเมื่อเรามาถึงสถานี Mitaka เราก็เจอของกินเต็มสถานีไปหมด ที่นี่มี Atré ด้วย (Atré จะคล้ายๆห้างที่รวมร้านอาหาร ร้านช้อปปิ้ง อย่าง Atré ที่สถานี Ueno จะใหญ่มากๆ)

เจอร้านไหนจำชื่อไม่ได้แล้ว เราซื้ออันที่เป็น No.1 ของร้านมา

มันจะเป็นเปลือกมันหวานจริงๆ แล้วเอาเนื้อมันหวานมาผสมกับอะไรสักอย่างแล้วเอาไปอบ อร่อยมากกกกกกกกกกกกก ใครที่มาสถานี Mitaka ควรมาลองอ่ะพูดเลย

ตอนจะออกจากสถานีแล้วเหมือน subway มันใช้ไม่ได้ ต้องเป็น JR หรืออะไรสักอย่างไม่แน่ใจ เลยออกจากสถานีไม่ได้เลยต้องซื้อใหม่ตรง information อีกคนละ 140 yen
เจอน้องโตโตโระบอกทางตรงไป south exit เลยจ้า สงสัยว่าเจ้าหน้าที่คงเบื่อจะบอกทางแล้ว555555

เดินตรงมาบวกกับถามทางไปเรื่อยๆ ไม่ไกล เราก็เจอรถบัส ถามว่ารู้ได้ไงว่าคันไหน ทั้งคันเป็นลายการ์ตูนแบบสไตล์จิบลิ ตอนเห็นครั้งแรกนี่แทบพุ่งเข้าไป5555

จริงๆจะเห็นป้ายรถเมล์ตรงนี้ด้วยนะ แต่ตอนขามาเราไม่เห็นเพราะตื่นเต้นกับลายรถ เลยมาถ่ายตอนขากลับ

เรานั่งรถเมล์ใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีก็มาถึง Ghibli museum กันแล้ว

เราก็วิ่งเข้าไปหาเจ้าหน้าที่เลย แต่เผอิญว่ายังไม่ถึงเวลารอบ (14.00 น.) เราก็เลย
เดินไป lawson ใกล้ๆมาซื้อขนมกิน

ความน่ารักของที่นี่คือทุกคนรัก Totoro ยิ่งใกล้มิวเซียมมากแค่ไหน ยิ่งมีเจ้าตุ๊กตา Totoro ทุกๆที่เลย

ซัดช็อกโกแลตร้อน Godiva อีกแล้ว ทั้งทริปนี้เจอทุก lawson เลย ราคา 380 เยน ตกประมาณ 100 กว่าบาท เดาว่าพอๆกับที่ไทย

ชาพีช

 

เสร็จแล้วเราก็เดินมานั่งกินตรงสวนข้างๆ Ghibli museum รอเวลาเข้า
ความโชคดีของทริปนี้คือเรามาต้นธ.ค. (7 ธ.ค.) บวกกับปีนี้หนาวช้า เลยมีโอกาสที่จะเห็นใบไม้แดงที่เหลือๆอยู่บ้าง บรรยากาศเลยดีมาก

อันที่จริง ระหว่างรอเข้าตัวมิวเซียม เราสามารถเดินถ่ายรูปบริเวณรอบนอกได้ จะมีเจ้า Totoro คอยเฝ้าดูอยู่ ><

คิดจะมาตามฝันก็ต้องทำให้สุด ! เราเลยคอสเพลย์เป็น Kiki ถ่ายกับป้ายมันซะเลย ถอดโค้ทแทบไม่ทัน อากาศราวๆ 8-9 องศา เย็นขามากกกกก55555555

เราใส่โบว์แดงทั้งวันเพราะกระเป๋าสะพายใหญ่ไม่พอเก็บ วันนั้นตอนเช้าเราได้ไปตลาดปลา Tsukiji ด้วย ไปกินซูชิแล้วพนักงานก็พูดว่า Kiki ๆ Kawaii 5555555 ร้ากกก

แม่มดน้อยกิกิมาแว้ว><

 

เมื่อถึงรอบของเรา เราก็ต่อแถวเข้าไปกันเลย !! แต่ข้อห้ามที่นี่คือ ห้ามถ่ายรูปข้างในนะ ภาพที่จะฝากกันเลยจะมีแต่บรรยากาศข้างนอกค่ะ

ตั๋วเข้า Ghibli Museum กิมมิคที่นี่คือกระจกตรงประตูจะเป็น character ในแต่ละเรื่อง ประตูแรกเข้าของเราจะเป็นรูป Totoro ซ้ายขวาบน เต็มไปหมดด

ส่วนนี่ประตูข้างในชั้นล่างสุด เป็นลาย Princess Mononoke

ลายคุณเจ้าป่าใน Princess Mononoke สวยมากกกกก

จะถ่ายกระจกเฉยๆแต่ติดเจ้ากิกิอ้วน 555555555

 

ถ้าอยากเห็นกระจก ลาย Kiki’s delivery จะมีชั้น 2 หรือ 3 ค่ะจำไม่ได้ มันอยู่ข้างในเลยไม่ได้ถ่ายมา >< อันนั้นก็สวย

ตอนที่เข้ามาเขาจะให้ของที่ระลึกด้วยค่ะ เป็นแผ่นฟิล์มรูปฉากในหนัง ให้มาแบบแรนด้อม เราได้ของ Ponyo, The wind rises, Arrietty, กับอีกเรื่องไม่แน่ใจ ทั้งหมด 4 ใบเพราะมากัน 4 คน

อันนี้ อาริเอตี้ ><

 

Ghibli Museum จะมีช่วงการจัดนิทรรศการและหนังสั้นที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงออกไปค่ะ

เราได้ดูหนังสั้นเรื่องนี้ด้วย


สปอยล์

เป็นเด็กชายที่วิ่งออกจากบ้านไปไม้ค้ำอันนึง แต่ดันเจอเจ้ากระต่ายตัวน้อยที่จะแย่งไม้ค้ำเหมือนกัน ทั้งสองเลยตัดสินใจวิ่งแข่งกันเพื่อจะแย่งไม้ค้ำ วิ่งก็แล้ว แย่งกันก็แล้ว เจ้ากระต่ายเลยบอกบางอย่างกับเด็กชาย ทั้งสองเลยเดินกลับเข้าบ้านหลังหนึ่งที่มีคุณยายกระต่าย ทั้งสองพาคุณยายกระต่ายไปหาไม้ค้ำ คุณยายเลยตอบแทนด้วยการเลี้ยงคุกกี้กับชา

 

มีบางฉากที่พูดญี่ปุ่นซึ่งฟังไม่ออกแต่สนุกมากๆ การ์ตูนสไตล์จิบลิเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้นตามสไตล์ของเขาจริงๆ

และช่วงที่เราไปเป็นช่วงที่จัดนิทรรศการพิเศษ เกี่ยวกับการเพ้นท์สีฟิล์มค่ะ


ข้างในมีตัวอย่างสีเพียบเลย เยอะมากๆ และอธิบายขั้นตอนการทำแต่ละขั้น ทำให้เรารู้เลยว่า production เมื่อก่อนต้องอดทนและใช้เวลานานกว่าจะได้ฉากๆหนึ่งให้เราเห็นจนถึงปัจจุบันนี้
และมันก็ตอบคำถามเราด้วยค่ะ ว่าทำไมฉากของจริงๆของ ghibli เป็นอีก texture แต่ทำไมตัวละครเป็นอีก texture ถ้าเข้าใจไม่ผิด เหตุผลเพราะว่าเป็นสีคนละแบบกันค่ะ

อันนี้เป็นตัวอย่างจากเน็ต พื้นหลังจะละมุนๆมีมิติ แต่ตัวละครจะแบนกว่าและสีสด

เดินไปเรื่อยๆจะมีห้องที่โชว์ผลงานภาพร่างของแต่ละเรื่องด้วย ห้องนี้เราประทับใจที่สุดเลย มีภาพร่างของจิฮิโระใน Spirited Away, มีภาพร่างบ้านเคลื่อนที่ใน Howl’s moving castle และอีกมากมายตามฝาผนังเต็มไปหมด ชอบบบบ มากๆ เพราะเราดูเกือบทุกเรื่อง(ยกเว้น Grave of fireflies เพราะกลัวเศร้า) ใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงจะฟินมากๆค่ะ คอนเฟิร์ม
เสียดายที่ถ่ายรูปไม่ได้ ได้แต่จำมาจากความทรงจำล้วนๆ มันคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาห้ามถ่ายรูปด้วยแหล่ะ

และจะมีห้องจำลองโต๊ะทำงานของ Hayao Miyazaki ด้วย สวยคลาสิคมากๆ

มีห้องหนึ่งเป็นสนามเด็กเล่นใน indoor รูปแมวรถเมล์ด้วยค่ะ น่ารักมากกก ! อยากถ่ายรูปมากๆเลยแต่อด 5555 ที่นี่เหมาะแก่ผู้ใหญ่ที่พาเด็กเล็กมาด้วย

ข้างนอกชั้นดาดฟ้าจะมีหุ่นยนต์จากเรื่อง Castle in the sky ด้วย

ถ่ายคู่กันนี่กลายเป็นตัวเล็กนิดเดียว


วิวจากด้านบน เห็นใบไม้แดงเหลืองจากสวน Inokashira ข้างๆด้วยค่ะ


บันไดวนขึ้นดาดฟ้า

พอเดินทั่ว Ghibli Museum จนเต็มอิ่มแล้ว เราก็ออกมาไปเดินเล่นสวน Inokashira ข้างๆ เพื่อถ่ายรูปใบไม้แดง

และก็ถึงเวลากลับ เราเลือกที่จะเดินกลับเพราะบรรยากาศดีมากๆ คราวนี้เราต้องเดินย้อนกลับมาหน้าทางเข้าอีกครั้งเพราะทางกลับผ่านพอดี

 

เจอเจ้า Totoro ที่ยังคงทำหน้าที่ของมันคอยต้อนรับผู้คนที่ผ่านไปมา

หวังว่าจะได้เจอกันใหม่นะ Totoro !

 

คราวนี้เราก็เดินกลับมาถึงสถานี Mitaka จนเลยจากสถานีมาหน่อย จะมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เราแวะร้านข้าวหมูทอดร้านหนึ่ง ร้านนี้อร่อยมากๆ ป้าในร้านใจดี ถ้าใครได้มาลองก็จะแนะนำร้านนี้เลย

 

เดินเข้ามาใกล้สถานีอีกนิดจะมีร้านชูครีมอยู่ในห้างติดกับสถานีค่ะ ร้านชื่อ Cozy Corner

 

 

สรุป

  • Complete Life Goal ด้วยการได้มาเที่ยว  Ghibli Museum
  • ใครเป็นแฟนตัวยง Ghibli ต้องไม่พลาด
  • Ghibli Musuem ไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิด แต่ก็อัดแน่นไปด้วยกิมมิคเล็กน้อยเต็มไปหมด คนที่ดูอมิเมชั่นของค่ายนี้เยอะๆจะรู้ว่าฉากไหนเป็นของเรื่องไหน
  • สวนข้างๆ Inokashira สวยมากถ้าได้มาช่วงใบไม้แดง
  • มารอบตอน 14.00 ก็ดีนะ ไม่ต้องรีบมาก มาเร็วๆสัก 13.00 กินนั่งกินข้าว+หนมในสวนก่อนเข้า พอออกมาก็สัก 16.00 พอดีเริ่มมืดก็จะได้เห็นอีกบรรยากาศ (ช่วงที่ไปพระอาทิตย์ตกเร็ว)
  • อิจฉาคนญี่ปุ่นที่มาง่ายกว่า มีโอกาสได้มาดูนิทรรศการที่แตกต่างกัน
  • การได้ทำตามความฝันทำให้เรารู้สึกว่าการรอคอยมีคุณค่า และชีวิตมีคุณค่า
  • ถึงแม้เราจะเก็บความทรงจำใส่ภาพไม่ได้ แต่ความรู้สึกมันจะอยู่ตลอดไป