Antelope Canyon หุบเขาที่ควรมาสักครั้งในชีวิต

สถานที่ที่ทำให้เราอยากมา USA ที่สุดคือ Antelope
Antelope เป็นช่องหินทราย ที่เกิดจากการที่น้ำซึมผ่านทรายเป็นเวลานานมากๆจนเกิดชั้นหินขึ้นผนวกกับเป็นช่องน้ำและลมไหลผ่านทำให้เกิดช่องคดเคี้ยวและผนังเป็นริ้วๆสวยงาม

 

Antelope ที่เปิดให้เข้าชมจะต้องผ่านการซื้อทัวร์จากบริษัททัวร์ของชาวนาวาโจในพื้นที่เท่านั้น ซึ่งก็มีด้วยกันหลายเจ้าเหมือนกัน
เหตุผลนั้นก็เพราะเมื่อหลายๆปีก่อน Antelope ถูกเปิดให้เข้าชมแบบ Public จึงมีทั้ง Local tour (คนในพื้นที่เผ่า Navajo บริการทัวร์เอง) และ Personal tour (คนกันเองพามาทัวร์) เยอะพอสมควร
โดย ณ เวลานั้น มีเกิดเหตุการณ์น้ำหลากเข้ามาพอดี ทาง Local tour ปิดให้บริการแล้วแต่ Personal tour ที่เข้ามาโดยไม่รู้ว่าน้ำหลาก ซึ่งน้ำมันท่วมไวมาก ส่งผลให้มีคนตาย
พูดแล้วก็น่ากลัวเนอะ ตอนแรกก็ไม่เห็นภาพแต่มาเจอของจริงก็สูงเอาเรื่องเหมือนกัน ทั้ง 2 ที่

2 ที่ที่ว่าคือ Antelope เองที่เปิดให้เข้าชมแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Upper และ Lower

Upper Antelope
Lower Antelope

Upper และ Lower แตกต่างกันอย่างไร

แบ่งในลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทาง Upper คือจะเป็น canyon ที่กว้างด้านล่าง ด้านบนแคบ, ในขณะที่ Lower จะกว้างด้านบน ด้านล่างแคบจนเป็นรูปตัว “v”

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ Upper จะเดินง่ายกว่า Lower มาก โดยที่เรานั่งรถจากบริษัททัวร์ไป โดยไม่ต้องลงบันได
และสภาพจะเป็นห้องโถงใหญ่ซะเยอะถ้าเทียบกับ Lower

Lower จะแคบกว่า Upper มาก บริเวณที่กว้างเป็นห้องโถงจะน้อย และจะต้องเดินลงบันไดลงไป ทางลาดชันมากๆ ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาด้านเข่าหรือการเดิน
และควรระวังหัวด้วย! หัวโขกหินมารอบนึง แต่อย่าเพิ่งกลัวไป ไกด์จะแนะนำเราให้ระวังแต่ละจุดเอง

ในมุมมองของเรา ถ้าหากใครที่มีเวลาจำกัด หรือต้องเลือกว่าต้องไปได้ที่เดียว หรือมีปัญหาด้านกายภาพ แนะนำให้ไป Upper ค่ะ
หากกำลังคิดว่าคุ้มค่าไหมถ้าจะมาทั้ง 2 ที่ ให้ลองกูเกิ้ลภาพดูว่าชอบมากแค่ไหน ถ้าชอบมากๆก็แนะนำให้มาทั้ง 2 ที่เลย ส่วนตัวเราชอบมากจริงๆ

อ้อ และ Lower นี่ตอนลงบันได ห้าม ! ห้ามถ่ายภาพนะคะ เขาห้ามเพราะเคยมีคนถ่ายภาพขณะลงบันไดแล้วพาดันกันจนเกิดอุบัติเหตุตกบันไดขึ้นค่ะ

ตอนเช้าเราจะมาที่ Lower Antelope ก่อน
เราจะต้องลงบันไดลงไป ยิ่งเดินเข้าไปเราก็จะเห็นริ้วๆของหินเรื่อยๆ เหยียบตรงนี้ต้องระวังลื่นด้วยค่ะ

 

 

บันไดลาดชันพอสมควร

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนเข้าไปคือ

จะเข้าไปได้นี่ต้องไปตัวเปล่า ห้ามนำกระเป๋าไปนะ ห้ามนำขาตั้งกล้องไป ขวดน้ำเปล่าพกไปได้
ตัวเราเองพกไปแค่กล้องและมือถือเครื่องนึงเอง ไม่ได้พกน้ำไปเพราะทัวร์แค่ชั่วโมงนิดๆเอง วางสัมภาระไว้ในรถก็พอ
สำคัญอีกคือ เขาแนะนำให้พกหมวก แว่น และทากันแดดไปด้วยจ้า

และส่วนตัวเราแนะนำให้นำเลนส์ wide ไปนะ หรือมือถือที่ถ่ายมุม wide ได้จ้า
รวมถึงให้ใส่เสื้อผ้าที่จะตัดกับสีส้ม/แดง ไปนะ จะได้ถ่ายรูปสวยๆ

 

เม้าเรื่องไกด์นิดนึง

พอดีว่าเราไป Lower ตอนเช้า (ของ Ken’s Tour) และ Upper (ของ Antelope Slot Canyon Tours) ตอนบ่าย
ตอนเช้ารอบ 9.00 โดยเราต้องไปเช็คอินก่อนเวลาคือ 8.30 น. (ตามตาราง) ในรอบเดียวกันจะแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม โดยที่เราเป็นกลุ่มที่ 6 กลุ่มสุดท้ายพอดี
ไกด์จะคอยแนะนำการถ่ายภาพ ว่าถ่ายยังไง เดินๆไปแล้วเจอมุมไหน เห็นหินเป็นรูปร่างอะไรบ้าง ถ้าเจอคนใจดีๆก็จะถ่ายรูปให้เราด้วยแหน่ะ ดีมากๆเลย ไกด์ของเราเขาก็ขอมือถือเรา แล้วก็ถ่ายให้ดูเลยว่านี่ๆ ดูสิ รูปร่างหินเป็นรูปม้าน้ำนะ อะไรแบบนี้

เขายังเปิดคลิปตอนน้ำท่วมให้ดูด้วยว่าตอนน้ำหลากเป็นยังไง คือมันมิด! ท่วม ! ระดับของพื้นที่เราเดินลงไปเลย อันตรายมากๆ

ตอนเราไป เราเจอคนในกลุ่มค่อนข้างหน้า 2 คนคอยแต่ถ่ายรูปคู่กับทางเดินตลอด ซึ่งทางมันแคบมากอยู่แล้ว เขาก็ถ่ายแล้วไม่ยอมไปไหนนักที ถ่ายไม่แบ่งเวลาคนข้างหลัง ทำเราหัวเสียอยู่เหมือนกัน เพราะพอถ่ายรูปแล้วมันติดคนข้างหน้าไปยอมขยับสักที พอรอคนข้างหน้า กลายเป็นเราช้า แล้วไกด์ก็มาเร่ง

เพราะไกด์เขาก็ต้องทำเวลา ซึ่งพอทั้งกลุ่มช้า เขาก็เดินมาต้น, กลาง, หลังกลุ่ม ดูแลอย่างทั่วถึง(และเร่งในเวลาเดียวกัน)
ซึ่งก็ดีนะ ไกด์เขาก็ยังใจเย็นกับเรา ทั้งๆที่ในเราและเพื่อนแอบหัวร้อน ตีๆกับคนข้างหน้า 55555 ประทับใจมาก เขาเต็มที่กับงาน ก็เลยจัดทิปให้ไปเลย

ส่วนไกด์ตอนบ่ายที่ Upper ก็ดีเหมือนกัน ด้วยความที่เป็นห้องโถงเยอะ เขาก็ถ่ายรูปให้คนในกลุ่ม ใครมาด้วยกันก็ถ่ายเป็นกรุ๊ปให้ และมีปั้นทรายและเทน้ำสาธิตความเป็นมาของ Antelope ให้ฟังด้วย

รถที่จะพาไป Upper ตอนบ่าย
ภายในรถ

สรุป

ทัวร์ในแต่ละที่ (Upper และ Lower) จะมีเวลาทัวร์อย่างละ 1 ชม.นิดๆเท่านั้นเอง

สำหรับเราที่ชอบที่นี่และรอคอยมากที่สุดเลยเลือกไปทั้ง 2 ที่ ซึ่งมันก็คุ้มมากๆ ไกด์เองก็มีคำแนะนำที่ต่างกัน ไม่ได้เหมือนซะทีเดียว กลายเป็นเราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์กันไป

ที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวเองก็มาเยอะเหมือนกัน เราต้องพยายามคิดถึงใจเขาใจเราในการใช้สถานที่ ไม่ว่าจะถ่ายรูป ก็พยายามมองว่าเราก็ไม่ไปบังเขา หรือถ่ายในจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไปจนทำให้ทัวร์เดินต่อไม่ได้

หรือการให้เกียรติสถานที่ก็เช่นกัน ไม่ปีนป่ายหินเล่น หรือขีดเขียนบนผนัง

ธรรมชาติสร้างสรรค์ความสวยงามในแบบที่มันเป็น อย่างน้อยไม่ว่าในอีกกี่ 10 หรือ 50 ปีข้างหน้า เราก็หวังว่าจะได้เห็นภาพความสวยงามของมันแบบนี้ตลอดไป

Leave a Reply