mesodiar

Having me on those pictures are the prove that I was there

Author: mils Page 1 of 3

[Taiwan] รีวิว 3 วันในไต้หวัน ตะลุยกินชานมไข่มุกวันละ 3 แก้ว

ทริปไต้หวันคือทริปคนบ้า คือคนบ้าไรอ่ะกินชาไข่มุกวันละ 3 แก้ว วันนึงกินข้าวไม่เยอะเพราะอิ่มไข่มุก แบบ เฮ้ย มันใช่เหรอ555555555

1. ร้าน Han Lin Teahouse

ประเดิมร้านแรก ร้านนี้ชาออกหอมๆไม่เน้นนม อันนี้มีทั้งไข่มุกเล็ก ไข่มุกใหญ่ แต่นี่สั่งมุกใหญ่มา มุกอร่อยดีนะ ถือว่าใช้ได้เลย สั่งหวาน 50% ได้ความหวานมาแบบพอดีๆ ราคา 75 NT
ในร้านขายโอเด้งด้วยนะ แต่เหมือนใส่ผงเทพรึเปล่าไม่รู้ กินแล้วหิวน้ำ อาจจะเป็นการตลาดทำให้อยากสั่งชา 55555555555

เจ้านี้เคลมว่าเขาเป็นต้นตำหรับของชานมไข่มุก แต่ในความเห็นเราว่าสู้ร้าน Chun Shui Tang ไม่ได้

Han Lin Teahouse

 

2. One Zo

สั่งชานมไข่มุก มุกรสแคคตัส นี่ก็แบบอีหยังวะ มุกจากตะบองเพชรนี่คือยังไงอ่ะ ขนาดนี่เลี้ยงตะบองเพชรเป็นแผงยังไม่รู้ว่ามันรสชาติไงเลย แถมมุกสีแดงอีกตะหาก มุกใหญ่มาก สั่ง less sugar (50%) ไป รสชาติชาจืดๆ เฉยๆ แต่มุกดันหวาน ดีที่ชามันจืด ไม่งั้นนี่คนเกลียดหวานอยู่ไม่ได้

ร้านมีการขิงว่า expert in boba ด้วย ใช่ตรง expert ว่ามุกแคคตัสมันรสชาติงี้ปะคะ
แต่ราคาถูก 45 NT (50 บาท)

3. Chun Shui Tang (ชุนสุ่ยถัง)

มาไต้หวันไม่มากินร้านนี้ไม่ได้ ร้านต้นกำเนิดชาไข่มุก(ที่เขาเคลมมา) ที่ทำให้เราอ้วนจนถึงทุกวันนี้ มีโอกาสได้ไปทั้งสาขา Tai Chung ที่เป็นสาขาต้นกำเนิด และสาขาเจียงไคเช็ค คิดดูว่าอร่อยจนต้องไปกินซ้ำอ่ะ

ชุนสุ่ยถังเขาจะมีแค่ไข่มุกเม็ดเล็ก ชานมไข่มุกอร่อยมากกก ไข่มุกเม็ดหนึบหนับเด้งฟัน ชานมก็หอมอร่อย ต้องลอง พูดเลย

สาขาไถจง (Tai Chung) – แก้วเล็กเพียง 70 NT, แก้วใหญ่ 130 NT
สาขาเจียงไคเช็ค

ในร้านขายข้าวด้วยจ้า รูปสุดท้ายเป็นบะหมี่ผัดหมูกะเห็ด เด็ดสุดจากทั้ง 4 ชาม ตอนไปหิวมากเลยสั่งรัว5555555

เมนูที่ทุกคนมักจะสั่ง อันนี้จะเป็น beef

 

Kung Fu Noodle อันนี้อร่อยสุดใน 4 จานที่สั่งมา

อันนี้สาขาเจียงไคเช็ค จะมีเมนูนี้อยู่ เป็นโทสที่โรยด้วยเนยหนาๆ นี่ก็อร่อย

 

พระเอกของเราคือนี่เลย แก้วใหญ่ยังกะเหยือก

ราคาที่สาขาเจียงไคเช็คจะแพงกว่าหน่อย เพราะไถจงจะเหมือนอยู่ต่างจังหวัดออกไป ส่วนเจียงไคเช็คก็เป็นจุดท่องเที่ยวหลักๆของไทเป
ตอนกินสาขาเจียงไคเช็คนมเขาเป็นเกล็ดหน่อยๆด้วยอ่ะ อร่อยยยยยยยยยยยยยยยย

4. ชาไข่มุก 50 lan (อู่สือหลาน)

สั่งชานมไข่มุกเล็ก อร่อยมากกก มีความคล้าย coco ที่ไทย ไข่มุกเล็กหนึบดี กินง่ายเคี้ยวง่ายเพราะมันเล็กด้วยแหล่ะ กินแล้วเพลินมาก เป็นสิ่งที่ควรลองกิน
ราคา 40 NT ถูกมากก

5. ร้าน smoothie house

เจอที่ตึก Taipei 101
อันนี้ไม่ใช่ชาแต่เป็นนมไข่มุกแบบที่ต้มกับน้ำตาลทรายแดง รสชาติอร่อยอยู่ ถ้าใครเคยกินเมนูนี้ที่ brown cafe ที่ไทย ก็จะบอกว่าคล้ายมาก ในส่วนของไข่มุก พอเคี้ยวไปเรื่อยๆจะรู้สึกเหนื่อย ต้องใช้แรงเคี้ยวเวอร์ ไม่ประทับใจมากเท่าร้านอื่นๆ ราคา 85 NT แพงกว่าเมื่อกี้อี๊ก

6. Hei Ba

อันนี้นมไข่มุกน้ำตาลแดง เหมือนเมื่อกี้ อันนี้กินตามรีวิวในพันทิป คิวยาวนิส แต่เขาทำเร็วมาก เทไข่มุกครึ่งแก้วแล้วเติมนมจากกล่องตรงนั้นเลย แบบหืมม เอางี้เรยเหลอ พอกินปุ๊บบ เห้ยมันดีอ่ะแกรรร หวานมันใช้ได้มากๆ ไข่มุกไม่ได้เทพแบบเด้งๆแต่เป็นแนวนุ่มๆ เคี้ยวแล้วขาดเลย
ไม่เคี้ยวเหนื่อยเหมือนร้าน smoothie house ถือว่าเป็นร้านข้างทางที่โอเค ร้านอยู่ตรง Ximen Walk เป็นร้านเล็กๆ ราคาจุบจิบ 40 NT ส่วนเรื่องแถวไปไวนี่คือถือแบงค์ 100 แล้วเขาก็หยิบตังจากมือไปเรยแล้วค่อยถามว่ากี่แก้ว อิบร้า จะรีบไปไหน 5555555555

สรุป

ร้านที่อร่อยจนต้องมาลอง: Chun Shui Tang, 50 lan, Hei Ba
ร้านที่ไม่ต้องกินก็ได้ (จะเจอรึเปล่าก็ไม่รู้): Smoothie House, One Zo
ร้านที่เราเฉยๆแต่ก็อร่อยดี คนอื่นอาจจะชอบ: Han lin Teahouse

รีวิวไปทั้งหมด 6 ร้าน ไม่เยอะเท่าไรเพราะอยู่แค่3 วัน กินไป 8+ แก้ว อันนี้คือไม่รวมชานมใน 7-11 กะ Family mart อีกนะ รอบหน้าไปไต้หวันจะลองร้านอื่นอีกแน่นอน

แนะนำวิธีการสั่งชาไข่มุกจากกระทู้นี้ ช่วยได้เยอะ – https://pantip.com/topic/34683075

[Taiwan] ทริปล่าฝัน รีวิวตามรอย Jiufen เมืองโบราณต้นแบบของ Spirited Away ตามสไตล์ติ่ง Ghibli

ถ้าพูดถึงหนังที่เราชอบมากที่สุด หนังเรื่องนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่อง Spirited Away

ครั้งแรกที่เราได้ดูหนังเรื่องนี้ ย้อนไปประมาณ 15 ปีที่แล้ว (ป. 3) จำได้แม่นเพราะมีวิชาเรียนภาษาจีน เหล่าซือของเราพาไปห้องเรียนที่มีโปรเจคเตอร์แล้วก็เปิดหนังเรื่องนี้ให้ดู
แต่เป็นภาษาจีน
คิดดูว่าป.สามที่เพิ่งท่อง 1-10 ได้ จำได้แค่ประโยคสวัสดีและแนะนำตัว ใครจะไปดูอนิเมชั่นทีพ่นจีนเป็นประโยคๆ พวกนี้รู้เรื่อง !
สิ่งที่ทำได้ก็ได้แต่ดูภาพ จนเรื่องดำเนินมาเรื่อยๆ เด็กน้อยเกล้าผมสีน้ำตาล และพ่อแม่ได้พาเข้าอุโมงค์แห่งหนึ่ง
และซักพัก พ่อแม่ก็กลายเป็นหมู ….

การ์ตูนอะไรไม่รู้ที่ฟังไม่ออก แถมพ่อแม่กลายเป็นหมู มันตราตรึงใจเราตั้งแต่วันนั้น

และเมื่อโตขึ้น เราก็มีโอกาสได้กลับมาดูเรื่องนี้อีกครั้งตอนมัธยมต้น จนเรื่องนี้ขึ้นแท่นอนิเมชั่นอันดับหนึ่งในใจได้ไม่ยาก

บ่อยครั้งเราก็คิดว่าทำไม Hayao Miyazaki (ผู้สร้างเรื่องนี้และอีกหลายๆเรื่อง) ถึงได้คิดพล็อตเรื่องได้เหนือจินตนาการขนาดนี้

จนมารู้ทีหลังว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองโบราณแห่งนี้

เมืองจิ่วเฟิ่น จึงเป็นเมืองที่เราใฝ่ฝันจะไปให้ได้สักครั้งในชีวิต !

Read More

[Japan] ทริปล่าฝัน ไป Mitaka เที่ยว Ghibli Museum กัน !

ใครที่เป็นแฟนของอนิเมชั่นดังๆของจิบลิ จะไม่มีทางไม่รู้จัก Ghibli Museum ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเราเอง เราซื้อตั๋วเครื่องบินตั้งแต่เดือนก.พ. เพื่อจะมาเดือน ธ.ค. และเหตุผลหลักที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้คือเพื่อจะมาที่นี่โดยเฉพาะ !
ทุ่มเทแค่ไหนทุ่มให้หมด เทหมดหน้าตัก แต่จะแพลนไปเที่ยวทั้งทีต้องรอบคอบ สิ่งที่ควรรู้ว่าการเข้าไป Ghibli Museum นั้นโคตรยาก !

Read More

ไปทำบุญช่วยหมาแมวพิการกัน !

เช้าวันนี้ได้มีโอกาสไปบริจาคของที่มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ก่อนอื่นที่จะเล่าเรื่องต่อจากนี้คือ เรารู้จักที่นี้ได้เพราะเจ้าเพื่อนชัชกะเอยได้ลงรูปว่าเคยบริจาคของที่นี่ตั้งแต่ปีที่แล้ว เลยลองไปถามเจ้าชัชดู ก็เลยเพิ่งรู้ว่าเขามีการสนับสนุนเจ้าสี่ขาที่นี่ด้วย ซึ่งมูลนิธิเขาก็ตั้งอยู่แถวๆปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งก็ไม่ไกลจากบ้านเลย

เจ้าชัชก็แนะนำว่าเขามีทั้งเพจเฟสบุ๊คและข่าวสารอัพเดทว่าทางมูลนิธิเขาต้องการสิ่งของอะไรที่ต้องการบ้าง อาทิเช่น พวกอาหารกระป๋องสัตว์ป่วยโรคตับ  โรคไต หรือ พวกอาหารกระป๋องสัตว์ป่วยพักฟื้น อาหารเม็ดหมาแมว แชมพูอาบน้ำหมา ยันสำลี ผ้าพันแผล ยากันยุง

Read More

2017 Second Half Year Summary

ที่สุดของการเขียนโมเม้นท์ในชีวิตคือคำว่า #ทำให้รู้ว่า

สอนน้องฝึกงาน

จำได้ว่าล่าสุดที่เขียนบล็อกครึ่งปีแรกจะเขียนเรื่องล่าสุดคือการได้ไปเป็น Speaker ที่งาน Code Mania 101 พอกลับมาก็มีเจ้าเด็กฝึกงานจากภาคใต้มาเข้าโปรเจคที่กำลังทำอยู่ (ซึ่งในโปรเจคนั้นก็ทำอยู่ไม่กี่คนหรอก) เราผู้ซึ่งเป็นเด็กจบใหม่เพิ่งถูกเทรนมาได้ไม่นานก็ต้องไปเทรนคนอื่นแล้ว แรกๆก็ยังก่งก๊งทำตัวไม่ถูก แต่มีหลายสิ่งที่เราเรียนรู้จากการเฝ้ามองความแตกต่าง เช่น น้องพิมพ์ช้า เวลาสอนก็ต้องใจเย็น แต่ในช่วงเวลาที่น้องพิมพ์นี่ล่ะเราก็ได้คิดว่าเราจะพูดสอนอะไรถัดไป

แล้วที่ตลกคือ อะไรที่เราเคยผิดพลาดเมื่อก่อน น้องก็มีผิดพลาดซ้ำเหมือนเรา คำพูดที่เคยโดนดุไปสมัยโดนเทรนแรกๆมันย้อนกลับเข้ามา จนเราต้องกลับมาคิดว่า “โห เวลาผ่านไปไวจังเลยเนอะ”

หรืออะไรหลายๆอย่างที่เราเคยได้เรียนรู้ เราก็ได้เล่าและอธิบายให้น้องฟัง แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ในขณะที่เราสอน เราเข้าใจโค้ดมากขึ้น รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลังเป็นลำดับ มันจึงเป็นความสนุกนะที่ได้สอน ไม่ว่าเรื่องที่เราถนัดหรือไม่ก็ตาม การได้สอนเหมือนเป็นการทบทวนความเข้าใจของเราในมุมมองที่ต้องทำคนอื่นเข้าใจด้วย

Read More

สรุปงูๆ ปลาๆ จากงาน Code Mania 110

วันนี้เราได้มีโอกาสมางาน Code Mania 110 ด้วย เขาจัดมากัน 6 ครั้งละ เราก็มาเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งจริงๆงานครั้งล่าสุดก็เพิ่งจัดไปเมื่อเดือนมิถุนายนนี่เอง เวลาผ่านไปไวมากก

แต่ความตั้งใจครั้งนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่านๆมา ปกติจะเข้าไปฟังแต่ละ session ตัวเปล่า ตอนออกจากห้องมานี่อย่างอิน แต่พอข้ามคืนไปก็หลงๆลืมๆละว่าได้อะไรมา

บวกกับเราได้แรงบันดาลใจงาน “WeLoveBug Meetup 1/2560: จาก Acceptance Test-Driven Development สู่ Unit Testing” เมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยมีพี่ปุ๋ยกับพี่หนุ่มเป็น speaker ในวันนั้น มันเป็นความทรงจำเลือนลางมากๆ แต่พี่หนุ่มแนะนำให้เขียนในสิ่งที่เราได้เรียนรู้ไปในแต่ละอีเว้นท์ เพื่อเผยแพร่สิ่งพวกนี้ให้แก่คนอื่นๆ

บวกกับได้แรงบันดาลใจแรงๆจาก https://naiwaen.debuggingsoft.com ที่เขียนเกี่ยวกับ session ที่เราเคยไปพูดในเกี่ยวกับ Airflow ในงาน Code Mania ครั้งที่แล้ว

เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย ถ้าเราลองได้ทำบ้างก็คงจะดี มันคงจะดีกว่าที่เราได้ทบทวนในสิ่งที่เราได้เขียนลงไป

Read More

[RussiaTrip] รีวิวตะลุยกินขนมที่รัสเซีย

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าทริปนี้ได้มีโอกาสไปรัสเซีย ขนมที่นี่เยอะมากกก ถือว่าเยอะมากๆเมื่อเทียบกับทริปที่ไปไอซ์แลนด์ซึ่งเป็นทริปล่าสุด สิ่งที่ต่างกันคือขนมในไอซ์แลนด์จะเป็นขนมนำเข้าซะส่วนใหญ่ แถมถูกกว่าขนมที่ผลิตเองด้วยซ้ำ ในขณะที่รัสเซียมีขนมที่ผลิตขึ้นมาเองในปริมาณที่เยอะพอสมควร (แน่ล่ะ ประเทศใหญ่ซะขนาดนี้)

ซึ่งก็ได้มาค้นพบว่า ‘เฮ้ย อาหารรัสเซียนี่มันไม่แพงเลยนี่หว่า’ ราคาอาหารแต่ละอย่างอยู่ในขอบเขตเมื่อเทียบกับอยู่ไทย กินข้าวแต่ละมื้อราคาไม่ถึง 100 บาทด้วยซ้ำไป ซึ่งนั่นคือรวมถึงขนมที่อยู่บนเชลฟ์ไม่ว่าจะร้านชำเล็กๆ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร มีหลายราคา แต่จากการประเมินเราว่ามันค่อนข้างจะไปถูกด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับแคลอรี่และคุณภาพตวามอร่อยที่ได้รับ

ที่จะรีวิวต่อไปนี้ ขนมส่วนใหญ่ที่เรากินจะเน้นช็อกโกแลตซะมากกว่า ถ้าใครไม่ชอบก็คงจะไม่อินเอาเท่าไร แต่อยากบอกให้รู้ว่าช็อกโกแลตที่นี่ถูกมากกก ดีไม่ดีจะถูกกว่าช็อกแลตในเซเว่นบ้านเราอีก และความเทกซ์เจอร์และคุณภาพช็อกแลตเหนือกว่าเป็นไหนๆ ถือว่าคุ้มค่า คุ้มแคลอรี่ คุ้มกระเป๋าตังที่สุดในที่สุด !

Read More

[Iceland Trip][01] เดินเล่นใน Norway 2 วันและแรกพบ Iceland

4 เมษายน 2017

วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย, leave early ตอนสี่โมงเพราะรีบกลับบ้านไปเตรียมตัวเพื่อจะไปแอร์พอร์ต

เป็นทริปที่ไม่มีการเตรียมตัว รู้แต่ว่าสิ่งที่ต้องเตรียมตัวคือจัดการเรื่องกล้อง ขาตั้งกล้อง โดยการจัดแพลนเที่ยวจะเป็นหน้าที่ของแม่ และพ่อที่ช่วยเรื่องการจองที่พักด้วย

ทริปนี้มีความพิเศษคือ การเดินทางจะเริ่มต้นจากไฟล์ทบินไปยัง Norway และค่อยเดินทางต่อไปยัง Iceland

อาจจะเป็นข่าวดีที่ในไฟล์ทขาไป หาไฟล์ทบินที่มีช่วง transit ในระยะเวลาที่ต้องการไม่ได้ ด้วยสาเหตุที่มีเวลาน้อยเกินไป จึงตัดสินใจเลือกอีกช้อยส์แทน คือเลือกที่จะอยู่นอร์เวย์นานๆไปเลย จัดไป 2 คืน  แล้วเอาเวลาไปเที่ยวในตัวเมือง  Oslo แถวนี้นี่ล่ะ

Read More

[Reviewสั้นๆ] หนมในทริป Norway และ Iceland

เราเป็นคนที่ชอบกินขนมหวานมาก บ่อยครั้งที่เราจะไม่ชอบกินของคาว หรือกินของคาวน้อยๆเพื่อให้รู้ว่ากินอาหารหลักแล้ว แล้วก็จะตั้งหน้าตั้งตารอคอยขนมหวานกินตบในตอนท้าย

และเรายังเป็นแฟนตัวยงของบรรดาเจ้า Chocolate ทั้งหลาย โดยเฉพาะ milk chocolate

ดังนั้นไม่ว่าเราจะไปไหน เราจะตื่นเต้นกับชั้นวางขนมในร้านสะดวกซื้อ ดูว่ามีของอะไรแปลกๆ มีอะไรใหม่ๆบ้าง

พอมีโอกาสได้ไป Norway + Iceland ประมาณ 10 กว่าวัน เป็น Norway ประมาณ 2 วัน และ Iceland ประมาณ 8 วัน เราก็ย้ายไปทำตาโตหน้าชั้นวางขนมที่นั่นแทน

เกือบทั้งหมดนี้เป็นรีวิวที่เราเคยเขียนในทวิตเตอร์ไปแล้ว มันเลยออกจะสั้นไปหน่อย แต่รับประกันความเยอะได้เลย

รีวิวขนม Norway:

1. <ไอศกรีมโคน> อร่อยมากก

2. <มันฝรั่งทอดกรอบ> อร่อยดีรสปาปริก้าแต่เคี้ยวไม่ลื่นมากเท่าไร ไม่กรอบเท่า Lays

3. <โยเกิร์ต> โยเกิร์ตเกรน เกรนมันค่อนข้างแข็งๆแบบไม่กรอบเลย ฝืดๆ เลยเคี้ยวแล้วเคี้ยวอีก 5555

4.<ช็อกโกแลต> ซื้อที่สนามบิน อร่อยมากก เราชอบกิน chocolate แบบ bubble ใครชอบไม่ควรพลาดสิ่งนี้

5. <ช็อกโกแลต> อันสีเหลือง ตอนแรกนึกว่าทอฟฟี่เฉยๆ พอกินเป็นช็อกแลตขนาดพอคำ หวานแต่อร่อย กินเพลินๆจะหมดเอา แต่เน้นๆเลยว่า อร่อยมากกกกกกกก

 

 

จากนี้ไปจะเป็นที่ Iceland

6. <น้ำอัดลม> อร่อยมาก เหมือนโค้กแต่หวานกว่า มันดีต่อใจ แต่หาซื้อยากก อันนี้ซื้อที่ Kingslan ในตัวเมือง Reykjavík

7. <น้ำผลไม้> กินทุกวัน ชอบมากก เพราะเราเป็นคนที่ชอบกินน้ำส้มตอนเช้า วันไหนที่รู้ว่ามีน้ำส้มก็จะอยากรีบตื่นมากิน 5555
มันจะเปรี้ยวๆ ไม่หวานเลี่ยน เราว่ามันโอเค และราคาก็โอเคนะ จะเจอในราคา 2 กว่าๆบ้าง แต่ถ้าถูกๆก็ประมาณ 1 – 2 ISK ละมั้ง จำไม่ค่อยได้ ตีเป็นราคาไทยก็ 30 ~ 60 บาท

8.  <น้ำอัดลม> เหมือนแฟนต้าน้ำส้มบ้านเราแบบจืดๆ

9. <ช็อกโกแลต Minstreis>  หวาน รู้ตัวอีกทีก็หมดซอง

9.5 Texture ตอนนี้จะต่างกับ Milka ไส้ Oreo คือมันจะผสมเข้ากับเนื้อ Milk Chocolate แบบ random

10. <ช็อกโกแลต>  Milka ไส้ Oreo หย่อย หวานๆ รู้สึกว่าตัวนี้จะขายในประเทศอื่นในยุโรปด้วย
texture ของตัว Oreo จะเหมือนเป็นสอดไส้เลย จะให้ความรู้สึกเน้นหวานจาก Oreo มากกว่า เคี้ยวไม่กรุบเท่าตัวแรก

11. <ไอศกรีมโคน> หย่อย เหมือนทุกไอติมโคนจะนิ่มไม่มีแข็งเหมือนคอเน็ตโต้บ้านเรา

12.<ขนมปัง> ขนมปังcinnamon เฉยๆ

13. <เวเฟอร์> เหมือนเซียงไฮ้คาราเมล

14. <น้ำอัดลม> Sprite ซีโร่ – จืดดี

15.<เวเฟอร์> – เซียงไฮ้ช็อกแลตมีเกล็ดมะพร้าว

16. <ช็อกโกแลต>  กินแล้วคายทิ้ง แค่เห็นซองก็กระอักกระอ่วน

17.<มันฝรั่งทอดกรอบ> น่าจะมีขายบ้านเรานะ

18.<น้ำผลไม้>แนวๆเบอร์รี่ อร่อยวัวตายควายล้ม ซื้อกลับบ้านได้ไหม เราชอบบบบมากกกกกกก
แทบจะกินแทนน้ำเปล่า

19.< ช็อกโกแลต> Toblerone อันใหญ่ในราคาถูกกว่าไทย

20.<ไอศกรีมถ้วย> ตัวนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตากัน หย่อย

21. <โยเกิร์ต> ก็ Yogurt drink ทั่วไป ไม่ได้ติดใจชอบอะไรพิเศษ

22. <น้ำอัดลม> น้ำอัดลมรสอะไรสักอย่าง มันพูดไม่ถูกอ่ะ มันก็รสชาติไม่ได้แย่นะ แต่ก็ไม่อยากกินมันอีก มากินเอาตอนใกล้กลับแล้ว แถมกินไม่หมด พอจะกลับก็ทิ้งไปเลยแบบไม่เสียดาย

23. <ช็อกโกแลต+เวเฟอร์> อันนี้ของฝากตอนกลับมาไทยแล้ว (แล้วก็ไปแย่งคนถูกฝากกิน)
อร่อยมากกกกก


24. <เยลลี่>

ถุงเยลลี่ปลาหมึก เรียงจากบน -> ล่าง
หย่อย  ->   #ไม่อร่อยอย่าแดกแต่หลอกให้เพื่อนแดกแทน   ->     ก็ดีนะ แต่ก็ไม่อยากกินอีก

ในส่วนของ Milka ที่เหลือ บอกเลยว่าหวานมาก หวานตามสไตล์ของนาง

25. <ช็อกโกแลต> อันนี้เป็นช็อกโกแลตไข่ Easterที่ได้ฟรีจากสายการบิน IcelandAir บนไฟล์ทขากลับไป Norway ค่ะ อร่อยมากแต่ไม่เห็นยี่ห้อ 🙂

26. <น้ำอัดลม> โคล่าออร์กานิค มาแนวเดียวกับโค้กซีโร่ไรงี้ที่ให้สารความหวานที่ไม่ใช่น้ำตาล แต่เราว่าเราไม่ชอบอ่ะ มันแปล่งๆแบบอร่อยไม่สุด

27. <กาแฟ> อันนี้เป็นกาแฟฟรีที่ได้จากปั๊ม Olis
เพราะว่าแบรนด์ที่เราเช่ารถเขาฮั้วะกะปั๊มเลยได้กินกาแฟฟรีเมื่อไปเติมน้ำมันกะปั๊ม Olis
บางทีก็ได้ฟรีหลายแก้ว บางทีก็ได้แก้วเดียว แล้วแต่เด็กปั๊มให้ มาตรฐานไม่เท่ากัน55555
ถ้าถามว่าอร่อยไหม มันก็กาแฟที่รสชาติโอเคแหล่ะ แต่ความดีที่เพิ่มจากความโอเคของมันคือ มันอุ่น! ท่ามกลางอากาศติดลบ นี่มันก็สวรรค์ดีๆนี่เอง

28. <นม> คิดว่าเป็นนมช็อกโกแลต แต่ความรู้สึกคือมันไม่เน้นช็อกโกแลต ออกแนวเน้นนมๆ หวานๆมากกว่า ความช็อกโกแลตสู้โฟร์โมสบ้านเราไม่ได้

29. <ช็อกโกแลต> เป็นตัวที่เคยกินแล้วที่ USA แต่ซื้อเพราะว่าไมโลที่เตรียมมาหมด
แล้วเรากับแม่ก็ชอบกินแนวมอลต์ chocolate อุ่นๆตอนเช้ามากๆ เลยต้องตามหาสิ่งที่ช่วยสนองกิเลสได้
ชงน้ำอาจจะสู้ไมโลไม่ได้ แต่พอชงด้วยนมร้อนมันจะฟินนนนนนนนมากกก

30. <น้ำอัดลม> ก็โค้กซีโร่ปกติ แต่ชอบแพ็คเกจจิ้งเฉยๆ

31. สุดท้ายแล้ว สรุปเกี่ยวกับขนมใน Iceland

  • ขนมในไอซ์แลนด์จริงๆแพงมาก คิดว่าเป็นที่ลักษณะประเทศที่มีประชากรน้อย และทรัพยากรทางธรรมชาติจำกัด การสร้างโปรดักต์ในไอซ์แลนด์เลยน่าจะมีต้นทุนสูง
  • ขนมส่วนใหญ่ที่กินเลยเป็นขนม import เพราะถูกกว่ามาก มาจากภายในยุโรปเต็มเลย
  • ด้วยความที่เป็นประเทศที่ประชากรน้อย ส่วนใหญ่เลยอยู่เป็นเมืองเล็กๆ ก็ต้องไปเน้นซื้อในร้านชำเล็กๆหรือร้านในปั๊มบ้าง พวกนี้จะราคาแพงหน่อย
    แต่พอเข้าพวก Store ขายส่งก็จะถูก (เป็นธรรมดา) เช่นใน Bonus เป็นต้น

ภายในร้าน Bonus มีสีที่เป็นเอกลักษณ์คือสีเหลือง

  • รูปอาจจะไม่สวยไปหน่อย โฟกัสไม่โดนบ้าง เพราะรีบกิน
  • ล้อเล่น จริงๆคือทริปนี้เป็นทั้งเนวิเกเตอร์ และตากล้องถ่ายวิวจากบนรถ ทำให้ถ่ายรูปยาก
  • รูปทั้งหมดถ่ายด้วยไอโฟน
  • สรุปแล้ว พอจบทริปแล้วก็โคตรอ้วนเลย

2017 Half-Year Summary

2017 Half-Year Summary

เป็นปีที่เรียกว่าพีคมาก ทุกเสาร์- อาทิตย์ต้องแน่น ต้องไปอีเว้นท์, ทำงาน, เที่ยว, ทำงาน, อีเว้นท์ และอีเว้นท์อีกที

  1. ไปเชียงใหม่

    ไปเชียงใหม่ครั้งที่ 2 ในชีวิต ไปงานรับปริญญาเพื่อนที่ไป Work&Travel ด้วยกัน เราก็ขนเพื่อนที่ไปเวิร์คด้วยกันที่อยู่กรุงเทพ บุกไปหาเลยนี่ล่ะ เพราะว่าสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะไป สุดท้ายก็ได้ไปจริงๆ


  2. Job @ Pronto Tools

    จริงๆทำงานที่ Pronto ตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้ว แต่ยังเป็นแค่ Contract จนพอเดือนกุมภาก็เข้ามาเป็น Full-Time จริงๆ แน่นอนว่าได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย สนิทกับคนในทีมมากขึ้น เรียนรู้ในการทำงานกับคนอื่นแบบจริงๆจังๆ เข้ามาที่นี่ก็ได้ฝึกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Technical  หรือ Soft skills แล้วก็ค้นพบอะไรๆในตัวเองหลายๆอย่าง

    ตอนแรกเครียดมากตอนเข้ามาใหม่ๆ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่มีประสบการณ์ แต่ก็ปรับ mindset ไปเลยว่า เราก็ต้องพยายาม พยายามเรียนรู้ให้เยอะๆ ประสบการณ์มันไม่ได้มาแค่ข้ามคืนก็ต้องอาศัยความพยายาม และอาศัยเวลาไปเรื่อยๆ
    แค่เราต้องไม่ปิดกั้นโอกาสและความคิดตัวเองเราก็พอ

    ทั้งนี้ต้องขอบคุณ พี่กาน พี่เก๋ พี่แยม โครี่ เคดี และทีม Pronto Tools มากๆสำหรับโอกาสที่มอบให้มากมายเกินกว่าคนๆหนึ่งที่ควรจะได้รับ  🙂

    สมุดเล่มนี้เป็นสมุดที่กล่าวถึง mission และ value ของ Pronto เป็นสมุดที่ได้อ่านครั้งแรกตอนสัมภาษณ์ฝึกงาน และก็ชอบมาก อยากได้สมุดเล่มนี้ตั้งแต่เข้ามาฝึกงาน จนผ่านฝึกงานก็แล้ว จนผ่านมาเป็น contract ก็แล้ว สุดท้ายได้ตอนมาเป็น Full-time นี่ล่ะ โดยที่ KD และ Cory จะเขียนข้อความเซ็นทุกเล่มที่ให้กับทุกคน

     

  3.   Opposite roles @ CE smart career KMITL

    คิดแล้วก็ตลกดี ปีที่แล้วมางาน CE smart career ในฐานะเด็กปี 3 กำลังล่าที่ฝึกงาน ตอนนั้นสมัครไปแค่ที่เดียวคือ Pronto
    ตอนนนั้นเข้ามาฟังพี่เขาพูดแนะนำบริษัทแล้วรอผลว่าจะพี่เขาจะรับไหม แล้วจบวันนั้นก็รู้ผลเลยว่าได้ฝึกงาน !
    พอมาปีนี้ ตอนนั้นได้ทำงานที่พรอนโต้ละ จากเด็กที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์ก็ดันมาอยู่หลังเคาท์เตอร์คอยพรีเซ้นท์ว่าทีมทำอะไร เพื่อนๆน้องๆภาคก็เดินเข้ามาหาเต็มเลย รู้สึกได้ถึงบทบาทที่เปลี่ยนไปทั้งๆที่มันผ่านไปแค่ปีเดียวเอง

     

  4. ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย

    ตลอดปี 4 เทอม 2 เป็นช่วงเวลาที่เครียด เครียดมาก
    5 เดือนที่แสนเครียดเพราะต้องทำงาน 3 วัน คือวันจันทร์-พุธ และอีก 2 วันถัดมาต้องกลับไปเรียนที่ลาดกระบัง มีเรียน 2 ตัวบวกกับวิชาโปรเจคอีก เครียดมากโดยเฉพาะโปรเจคจบนี่ล่ะ
    requirement และโครงร่างเพิ่งมาสมบูรณ์จริงจังเอาตอน 2 เดือนสุดท้าย ตอนนั้นก็ต้องรีบปั่น บวกกับทำงานและทบทวนความรู้ที่เรียนจากทำงานอีก จนมันรวบเอาเวลาพักผ่อนช่วงเสาร์-อาทิตย์หายไปเลย เมื่อก่อนมีเวลาว่างไปดูหนัง แต่พอมาเทอมนี้นี่หนังดังๆที่เข้ามามากมาย แทบไม่ได้ดูเลย มาดูอีกที ได้ดู Fantastic beast, Trolls, La La Land ตอนขึ้นเครื่องไปเที่ยวที่ไอซ์แลนด์55555

    และแผนที่วางไว้ว่าโปรเจคจะต้องจบก่อนสงกรานต์ แต่กำหนดการและรูปงานเปลี่ยน กลายเป็นลากยาวไปต้นพ.ค.นู่นเลย
    ซึ่งตอนนั้นก็ติดไปเที่ยวพักร้อนยาวพอดี แทนที่จะได้หยุดปั่นงานเหมือนคนอื่นเขา เราก็เอาวันหยุดไปจัดเต็มกับแผนเที่ยวที่อัดแน่นในสงกรานต์ เครียดมาก

    ตอนนั้นความเครียดก็ส่งผลกระทบกับเราเองและพาลไปถึงคนรอบข้างด้วย กลายเป็นคนโมโหง่าย ละก็เครียดอีกตลบ ไหงกลายเป็นงี้เนี้ยยย

    แต่ผ่านทุกเหตุการณ์มาได้เพราะมี Phawin ที่เป็นคู่โปรเจคและคอยช่วยสนับสนุน และไม่โกรธเวลาโมโหใส่เพราะรู้ว่าเครียด ขอบคุณมากๆที่เข้าใจ
    และต้องขอบคุณ ลี่ กับ เค ที่คอยช่วยส่งงานให้ในวันที่เข้ามอไม่ได้จริงๆ ก็ฝากเจ้าพวกนี้ปริ้นเอกสาร เช็คชื่อให้ ขอบคุณมากๆ

  5. Iceland Trip

    มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ Norway และ Iceland
    ก่อนไปไอซ์แลนด์จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ down กับตัวเองมาก เฟลไปหมด จนกระทั่งไปชาร์จแบตที่นู่น ได้เที่ยวและเปิดโลกอะไรใหม่ๆ อากาศติดลบหนาวๆ เจอทั้งหิมะ ลม ฝน ในวันเดียวกันแปรปรวณยิ่งกว่าคนเป็นเมนส์
    แต่สนุกนะ สนุกมากก และหวังว่าจะได้เล่าเรื่องราวๆนี้เต็มๆอีกที

    Jökulsárlón Glacier Lagoon

    Aurora ที่ถ่ายเองในคืนที่หนาวมากๆ

  6. เรียนจบ

    จนสุดท้ายจนแล้วจนรอด  ทำโปรเจคเสร็จก็ปั่นเล่มโปรเจคต่อ รู้ตัวอีกทีก็ต้องอ่านหนังสือเพื่อสอบไฟนอลอีก เหนื่อยยยมาก แต่ก็ผ่านทุกๆอย่างมาได้


    และวันก่อนส่งเล่มก็ต้องไปวิ่ง Midnight Marathon ระยะ 21km ต้องรีบนอนเพื่อที่จะนอนให้พอ 7 ชม. วันนั้นหัวร้อนมากกก55555

  7. Now it’s blooming

    เริ่มเลี้ยงตะบองเพชรมา 2 ปีจะเกือบ 3 ปี ตะบองเพชรที่เลี้ยงเพิ่งมาบาน และบานจากต้นเดียวกันไป 3 ดอก ดีใจจนไม่รู้จะดีใจยังไง ไม่สามารถนิยามความดีใจนั้นได้ คงเป็นเพราะสมัยตอนเลี้ยงอยู่หอ แสงแดดและน้ำไม่พอดีสำหรับการเลี้ยง พอเอากลับมาบ้าน(เพราะต้องไปทำงาน 3 วัน อยู่บ้านสะดวกกว่า)
    เหมือนกับคลิ๊ก ต้นไม้ที่ซื้อมาจากเจเจประมาณปีกว่าก็บานให้ดู แล้วดอกแรกที่บาน ดันมาบานตอนไปเที่ยวพักร้อนยาว เลยให้พี่ที่ฝากบ้านไว้ให้ส่งรูปผ่านไลน์ให้ทุกวัน

    ดอกที่ 3 ของปี

     

  8. ไปคอนเสิร์ต Goo goo dolls

    เพลงโปรดในดวงใจ Iris คราวนี้ได้ฟังจากเสียงสดของเจ้าของเพลงจริงๆ มีความสุขมากจริงๆ เป็นคอนเสิร์ตที่ไปคนเดียว(เพราะดันชอบอยู่คนเดียว) แบบไม่กลัวอะไร ถึงจะเหงาแต่ความฟินนั้นคุ้มกว่า

    John และ Robby จาก Goo Goo Dolls อยู่ห่างจากเวทีแค่ไม่กี่เมตรเอง

  9. เรียนรู้การเป็น Product Owner ที่งาน GDG Sriracha ( Women Techmakers)

    ได้ไปมหาลัยเกษตรศรีราชา ช่วยพี่เก๋สอน Scrum และบวกกับเป็นงานที่แข่งขันกันเพื่อเอารางวัล โดยพี่เก๋ให้ไปช่วยเป็น PO ในแต่ละทีม แต่ละทีมก็จะมี ผู้ช่วยด้าน technical 1 คน คนในทีมอีก 4 คน และ PO  1 คน ซึ่งก็คือเรา

    ปกติบทบาทเดิมของเราจะเป็นคนใน Team พอจะต้องเป็น PO  ก็ต้องคิดและวางแผนว่าเราอยากได้ product อะไร แบบไหน ใช้เวลาไปเท่าไร ขั้นต่ำของงานที่ต้องการควรประมาณไหน มันทำให้เราได้ปรับมุมมองไปเลยว่า เฮ้ย เป็น PO นี่มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย

    และในขณะที่แข่งขัน ยังได้มีเวลาเล็กน้อยที่ได้สลับหมวกเป็น scrum master ของอีกทีมอีกด้วย ได้สอนอะไรหลายๆอย่างคนอื่นก็สนุกมากๆ จนตอนสุดท้ายทีมที่เป็น PO ให้ก็ได้รางวัลชมเชยไป ดีใจจริงๆ

  10. Achievement unlocked

  • half marathoner 21km

ได้วิ่ง 21km อย่างที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ เคยเขียนตามนี้เลย

  • ได้เป็น speaker งาน codemania 101

ตื่นเต้นมาก ขนาดตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นพูดตั้งแต่ต้นปีแล้ว จนมาถึงวันงานจริงๆก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี เพราะเป็นงานใหญ่ และคนฟังแต่ละคนก็มาจากสายนี้ โหดๆ ทั้งนั้น
แม้ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้มากนัก แต่ทุกอย่างก็เป็นประสบการณ์ จะเก็บข้อดี และข้อเสียต่างๆไว้ปรับปรุงในครั้งหน้า หากมีโอกาสก็จะออกมาพูดอีก 🙂

เสื้อฮู้ดที่จะได้เฉพาะ Speaker เท่านั้น อยากได้มานานแล้ว xD

Page 1 of 3

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén