mesodiar

Having me on those pictures are the prove that I was there

Category: Life

ไปทำบุญช่วยหมาแมวพิการกัน !

เช้าวันนี้ได้มีโอกาสไปบริจาคของที่มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ก่อนอื่นที่จะเล่าเรื่องต่อจากนี้คือ เรารู้จักที่นี้ได้เพราะเจ้าเพื่อนชัชกะเอยได้ลงรูปว่าเคยบริจาคของที่นี่ตั้งแต่ปีที่แล้ว เลยลองไปถามเจ้าชัชดู ก็เลยเพิ่งรู้ว่าเขามีการสนับสนุนเจ้าสี่ขาที่นี่ด้วย ซึ่งมูลนิธิเขาก็ตั้งอยู่แถวๆปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งก็ไม่ไกลจากบ้านเลย

เจ้าชัชก็แนะนำว่าเขามีทั้งเพจเฟสบุ๊คและข่าวสารอัพเดทว่าทางมูลนิธิเขาต้องการสิ่งของอะไรที่ต้องการบ้าง อาทิเช่น พวกอาหารกระป๋องสัตว์ป่วยโรคตับ  โรคไต หรือ พวกอาหารกระป๋องสัตว์ป่วยพักฟื้น อาหารเม็ดหมาแมว แชมพูอาบน้ำหมา ยันสำลี ผ้าพันแผล ยากันยุง

Read More

2017 Second Half Year Summary

ที่สุดของการเขียนโมเม้นท์ในชีวิตคือคำว่า #ทำให้รู้ว่า

สอนน้องฝึกงาน

จำได้ว่าล่าสุดที่เขียนบล็อกครึ่งปีแรกจะเขียนเรื่องล่าสุดคือการได้ไปเป็น Speaker ที่งาน Code Mania 101 พอกลับมาก็มีเจ้าเด็กฝึกงานจากภาคใต้มาเข้าโปรเจคที่กำลังทำอยู่ (ซึ่งในโปรเจคนั้นก็ทำอยู่ไม่กี่คนหรอก) เราผู้ซึ่งเป็นเด็กจบใหม่เพิ่งถูกเทรนมาได้ไม่นานก็ต้องไปเทรนคนอื่นแล้ว แรกๆก็ยังก่งก๊งทำตัวไม่ถูก แต่มีหลายสิ่งที่เราเรียนรู้จากการเฝ้ามองความแตกต่าง เช่น น้องพิมพ์ช้า เวลาสอนก็ต้องใจเย็น แต่ในช่วงเวลาที่น้องพิมพ์นี่ล่ะเราก็ได้คิดว่าเราจะพูดสอนอะไรถัดไป

แล้วที่ตลกคือ อะไรที่เราเคยผิดพลาดเมื่อก่อน น้องก็มีผิดพลาดซ้ำเหมือนเรา คำพูดที่เคยโดนดุไปสมัยโดนเทรนแรกๆมันย้อนกลับเข้ามา จนเราต้องกลับมาคิดว่า “โห เวลาผ่านไปไวจังเลยเนอะ”

หรืออะไรหลายๆอย่างที่เราเคยได้เรียนรู้ เราก็ได้เล่าและอธิบายให้น้องฟัง แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ในขณะที่เราสอน เราเข้าใจโค้ดมากขึ้น รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลังเป็นลำดับ มันจึงเป็นความสนุกนะที่ได้สอน ไม่ว่าเรื่องที่เราถนัดหรือไม่ก็ตาม การได้สอนเหมือนเป็นการทบทวนความเข้าใจของเราในมุมมองที่ต้องทำคนอื่นเข้าใจด้วย

Read More

2017 Half-Year Summary

2017 Half-Year Summary

เป็นปีที่เรียกว่าพีคมาก ทุกเสาร์- อาทิตย์ต้องแน่น ต้องไปอีเว้นท์, ทำงาน, เที่ยว, ทำงาน, อีเว้นท์ และอีเว้นท์อีกที

  1. ไปเชียงใหม่

    ไปเชียงใหม่ครั้งที่ 2 ในชีวิต ไปงานรับปริญญาเพื่อนที่ไป Work&Travel ด้วยกัน เราก็ขนเพื่อนที่ไปเวิร์คด้วยกันที่อยู่กรุงเทพ บุกไปหาเลยนี่ล่ะ เพราะว่าสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะไป สุดท้ายก็ได้ไปจริงๆ


  2. Job @ Pronto Tools

    จริงๆทำงานที่ Pronto ตั้งแต่เดือนธันวาปีที่แล้ว แต่ยังเป็นแค่ Contract จนพอเดือนกุมภาก็เข้ามาเป็น Full-Time จริงๆ แน่นอนว่าได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย สนิทกับคนในทีมมากขึ้น เรียนรู้ในการทำงานกับคนอื่นแบบจริงๆจังๆ เข้ามาที่นี่ก็ได้ฝึกทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Technical  หรือ Soft skills แล้วก็ค้นพบอะไรๆในตัวเองหลายๆอย่าง

    ตอนแรกเครียดมากตอนเข้ามาใหม่ๆ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่มีประสบการณ์ แต่ก็ปรับ mindset ไปเลยว่า เราก็ต้องพยายาม พยายามเรียนรู้ให้เยอะๆ ประสบการณ์มันไม่ได้มาแค่ข้ามคืนก็ต้องอาศัยความพยายาม และอาศัยเวลาไปเรื่อยๆ
    แค่เราต้องไม่ปิดกั้นโอกาสและความคิดตัวเองเราก็พอ

    ทั้งนี้ต้องขอบคุณ พี่กาน พี่เก๋ พี่แยม โครี่ เคดี และทีม Pronto Tools มากๆสำหรับโอกาสที่มอบให้มากมายเกินกว่าคนๆหนึ่งที่ควรจะได้รับ  🙂

    สมุดเล่มนี้เป็นสมุดที่กล่าวถึง mission และ value ของ Pronto เป็นสมุดที่ได้อ่านครั้งแรกตอนสัมภาษณ์ฝึกงาน และก็ชอบมาก อยากได้สมุดเล่มนี้ตั้งแต่เข้ามาฝึกงาน จนผ่านฝึกงานก็แล้ว จนผ่านมาเป็น contract ก็แล้ว สุดท้ายได้ตอนมาเป็น Full-time นี่ล่ะ โดยที่ KD และ Cory จะเขียนข้อความเซ็นทุกเล่มที่ให้กับทุกคน

     

  3.   Opposite roles @ CE smart career KMITL

    คิดแล้วก็ตลกดี ปีที่แล้วมางาน CE smart career ในฐานะเด็กปี 3 กำลังล่าที่ฝึกงาน ตอนนั้นสมัครไปแค่ที่เดียวคือ Pronto
    ตอนนนั้นเข้ามาฟังพี่เขาพูดแนะนำบริษัทแล้วรอผลว่าจะพี่เขาจะรับไหม แล้วจบวันนั้นก็รู้ผลเลยว่าได้ฝึกงาน !
    พอมาปีนี้ ตอนนั้นได้ทำงานที่พรอนโต้ละ จากเด็กที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์ก็ดันมาอยู่หลังเคาท์เตอร์คอยพรีเซ้นท์ว่าทีมทำอะไร เพื่อนๆน้องๆภาคก็เดินเข้ามาหาเต็มเลย รู้สึกได้ถึงบทบาทที่เปลี่ยนไปทั้งๆที่มันผ่านไปแค่ปีเดียวเอง

     

  4. ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย

    ตลอดปี 4 เทอม 2 เป็นช่วงเวลาที่เครียด เครียดมาก
    5 เดือนที่แสนเครียดเพราะต้องทำงาน 3 วัน คือวันจันทร์-พุธ และอีก 2 วันถัดมาต้องกลับไปเรียนที่ลาดกระบัง มีเรียน 2 ตัวบวกกับวิชาโปรเจคอีก เครียดมากโดยเฉพาะโปรเจคจบนี่ล่ะ
    requirement และโครงร่างเพิ่งมาสมบูรณ์จริงจังเอาตอน 2 เดือนสุดท้าย ตอนนั้นก็ต้องรีบปั่น บวกกับทำงานและทบทวนความรู้ที่เรียนจากทำงานอีก จนมันรวบเอาเวลาพักผ่อนช่วงเสาร์-อาทิตย์หายไปเลย เมื่อก่อนมีเวลาว่างไปดูหนัง แต่พอมาเทอมนี้นี่หนังดังๆที่เข้ามามากมาย แทบไม่ได้ดูเลย มาดูอีกที ได้ดู Fantastic beast, Trolls, La La Land ตอนขึ้นเครื่องไปเที่ยวที่ไอซ์แลนด์55555

    และแผนที่วางไว้ว่าโปรเจคจะต้องจบก่อนสงกรานต์ แต่กำหนดการและรูปงานเปลี่ยน กลายเป็นลากยาวไปต้นพ.ค.นู่นเลย
    ซึ่งตอนนั้นก็ติดไปเที่ยวพักร้อนยาวพอดี แทนที่จะได้หยุดปั่นงานเหมือนคนอื่นเขา เราก็เอาวันหยุดไปจัดเต็มกับแผนเที่ยวที่อัดแน่นในสงกรานต์ เครียดมาก

    ตอนนั้นความเครียดก็ส่งผลกระทบกับเราเองและพาลไปถึงคนรอบข้างด้วย กลายเป็นคนโมโหง่าย ละก็เครียดอีกตลบ ไหงกลายเป็นงี้เนี้ยยย

    แต่ผ่านทุกเหตุการณ์มาได้เพราะมี Phawin ที่เป็นคู่โปรเจคและคอยช่วยสนับสนุน และไม่โกรธเวลาโมโหใส่เพราะรู้ว่าเครียด ขอบคุณมากๆที่เข้าใจ
    และต้องขอบคุณ ลี่ กับ เค ที่คอยช่วยส่งงานให้ในวันที่เข้ามอไม่ได้จริงๆ ก็ฝากเจ้าพวกนี้ปริ้นเอกสาร เช็คชื่อให้ ขอบคุณมากๆ

  5. Iceland Trip

    มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ Norway และ Iceland
    ก่อนไปไอซ์แลนด์จำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ down กับตัวเองมาก เฟลไปหมด จนกระทั่งไปชาร์จแบตที่นู่น ได้เที่ยวและเปิดโลกอะไรใหม่ๆ อากาศติดลบหนาวๆ เจอทั้งหิมะ ลม ฝน ในวันเดียวกันแปรปรวณยิ่งกว่าคนเป็นเมนส์
    แต่สนุกนะ สนุกมากก และหวังว่าจะได้เล่าเรื่องราวๆนี้เต็มๆอีกที

    Jökulsárlón Glacier Lagoon

    Aurora ที่ถ่ายเองในคืนที่หนาวมากๆ

  6. เรียนจบ

    จนสุดท้ายจนแล้วจนรอด  ทำโปรเจคเสร็จก็ปั่นเล่มโปรเจคต่อ รู้ตัวอีกทีก็ต้องอ่านหนังสือเพื่อสอบไฟนอลอีก เหนื่อยยยมาก แต่ก็ผ่านทุกๆอย่างมาได้


    และวันก่อนส่งเล่มก็ต้องไปวิ่ง Midnight Marathon ระยะ 21km ต้องรีบนอนเพื่อที่จะนอนให้พอ 7 ชม. วันนั้นหัวร้อนมากกก55555

  7. Now it’s blooming

    เริ่มเลี้ยงตะบองเพชรมา 2 ปีจะเกือบ 3 ปี ตะบองเพชรที่เลี้ยงเพิ่งมาบาน และบานจากต้นเดียวกันไป 3 ดอก ดีใจจนไม่รู้จะดีใจยังไง ไม่สามารถนิยามความดีใจนั้นได้ คงเป็นเพราะสมัยตอนเลี้ยงอยู่หอ แสงแดดและน้ำไม่พอดีสำหรับการเลี้ยง พอเอากลับมาบ้าน(เพราะต้องไปทำงาน 3 วัน อยู่บ้านสะดวกกว่า)
    เหมือนกับคลิ๊ก ต้นไม้ที่ซื้อมาจากเจเจประมาณปีกว่าก็บานให้ดู แล้วดอกแรกที่บาน ดันมาบานตอนไปเที่ยวพักร้อนยาว เลยให้พี่ที่ฝากบ้านไว้ให้ส่งรูปผ่านไลน์ให้ทุกวัน

    ดอกที่ 3 ของปี

     

  8. ไปคอนเสิร์ต Goo goo dolls

    เพลงโปรดในดวงใจ Iris คราวนี้ได้ฟังจากเสียงสดของเจ้าของเพลงจริงๆ มีความสุขมากจริงๆ เป็นคอนเสิร์ตที่ไปคนเดียว(เพราะดันชอบอยู่คนเดียว) แบบไม่กลัวอะไร ถึงจะเหงาแต่ความฟินนั้นคุ้มกว่า

    John และ Robby จาก Goo Goo Dolls อยู่ห่างจากเวทีแค่ไม่กี่เมตรเอง

  9. เรียนรู้การเป็น Product Owner ที่งาน GDG Sriracha ( Women Techmakers)

    ได้ไปมหาลัยเกษตรศรีราชา ช่วยพี่เก๋สอน Scrum และบวกกับเป็นงานที่แข่งขันกันเพื่อเอารางวัล โดยพี่เก๋ให้ไปช่วยเป็น PO ในแต่ละทีม แต่ละทีมก็จะมี ผู้ช่วยด้าน technical 1 คน คนในทีมอีก 4 คน และ PO  1 คน ซึ่งก็คือเรา

    ปกติบทบาทเดิมของเราจะเป็นคนใน Team พอจะต้องเป็น PO  ก็ต้องคิดและวางแผนว่าเราอยากได้ product อะไร แบบไหน ใช้เวลาไปเท่าไร ขั้นต่ำของงานที่ต้องการควรประมาณไหน มันทำให้เราได้ปรับมุมมองไปเลยว่า เฮ้ย เป็น PO นี่มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย

    และในขณะที่แข่งขัน ยังได้มีเวลาเล็กน้อยที่ได้สลับหมวกเป็น scrum master ของอีกทีมอีกด้วย ได้สอนอะไรหลายๆอย่างคนอื่นก็สนุกมากๆ จนตอนสุดท้ายทีมที่เป็น PO ให้ก็ได้รางวัลชมเชยไป ดีใจจริงๆ

  10. Achievement unlocked

  • half marathoner 21km

ได้วิ่ง 21km อย่างที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ เคยเขียนตามนี้เลย

  • ได้เป็น speaker งาน codemania 101

ตื่นเต้นมาก ขนาดตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นพูดตั้งแต่ต้นปีแล้ว จนมาถึงวันงานจริงๆก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี เพราะเป็นงานใหญ่ และคนฟังแต่ละคนก็มาจากสายนี้ โหดๆ ทั้งนั้น
แม้ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้มากนัก แต่ทุกอย่างก็เป็นประสบการณ์ จะเก็บข้อดี และข้อเสียต่างๆไว้ปรับปรุงในครั้งหน้า หากมีโอกาสก็จะออกมาพูดอีก 🙂

เสื้อฮู้ดที่จะได้เฉพาะ Speaker เท่านั้น อยากได้มานานแล้ว xD

เมื่อฉันไปบริจาคผมให้ผู้ป่วยมะเร็งครั้งแรก

เมื่อประมาณปีสองปีที่แล้ว ได้เปิดบทความหนึ่งผ่านทางฟีดบนเฟสบุ๊ค ตามนี้

พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กผู้ชายอายุ 8 ขวบ ที่ไว้ผมตัวเองยาวถึง 2 ปี เพื่อนำไปบริจาคให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โดยไม่สนว่าใครจะล้อ (ถ้าจินตนาการว่าเป็นเราที่ทำอะไรที่แตกต่างในอายุเท่านี้เพื่อนคงไม่คบ)

จึงเป็นจุดบันดาลใจเล็กๆ เมื่อช่วงเรียนมหาลัยปี 1-2 ที่สามารถไว้ผมยาวได้ตามอิสระ หลังจากที่ไม่สามารถไว้ได้เพราะต้องไว้ผมสั้นสมัยเรียนม.ปลาย (กระซิกๆ)

ที่นี้มาพูดว่าทำอะไรบ้างดีกว่า

อย่างแรกเลย พอเราตั้งเป้าไว้แล้ว ก็เสิร์ชสิคะ เขาบริจาคกันต้องใช้ยาวแค่ไหนกันนะ? คำตอบคือ ประมาณ 7-8 นิ้วขึ้นไปแล้วแต่องค์กรที่รับมาเลย อยากบริจาคให้ใครก็จัดไปตามนั้น

และบังเอิญเราไปเจอกระทู้นึงของ jeban.com ได้มาบริจาคที่ร้านกระต่ายวิกผม ที่วังหลัง

ร้านนี้เป็นร้านที่รับบริจาคทั้งเส้นผมและเงินบริจาค เพื่อนำไปสร้างวิกผมที่ป่วยเป็นโรคร้าย  3 อย่าง คือ มะเร็ง, ภูมิแพ้ผมร่วง และเนื้องอกสมอง

อันที่จริง มีหลายหน่วยงานที่รับเส้นผม ไม่ว่าในหรือนอกประเทศ แต่เหตุผลที่เราเลือกบริจาคที่นี่ คือเราสามารถเลือกผู้บริจาคว่าเราจะบริจาคให้ใครก็ได้เลย คนๆนั้นจะได้ผมเราไปใช้ชัวร์ๆ ไม่ต้องกลัวแกร๊ง

จุดหมายคือไปที่นี่เล้ย

IMG_1688

โดยทางร้านเองจะมีบริการตัดให้ หรือ จะตัดจากร้านอื่นมัดหนังยางรวม แล้วค่อยมาบริจาคที่ทางร้านก็ได้

เราก็เลือกอย่างแรกไป เพราะอยากรู้ว่า process ต้องทำอะไรบ้าง ไปเปิดหูเปิดตา

ก่อนตัดเราไว้ผมยาวถึงราวๆสะดือ

mils

ประมาณนี้หรืออาจจะยาวกว่า(ถ่ายเมื่อ2เดือนที่แล้ว)

มาถึงที่ร้าน โดยสระผมตัวเองมาเรียบร้อยแล้ว พร้อมตัดชับๆ

ป้าก็ยื่นใบเจตจำนงให้ก่อนเลย โดยจะมีเป็นแฟ้มโปรไฟล์ของผู้ที่เข้ามาขอรับบริจาค เช่น เป็นโรคร้ายอะไร ทำงานอะไร อยู่รพ.ไหน หรือความต้องการว่าอยากได้วิกแบบไหน

ป้าเล่าให้ฟังว่า บางคนก็บอกว่าอยากได้วิกแบบไหน เพราะถ้าไม่ถูกใจ เขาก็ไม่ใส่หรอก

ตัวเราไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ต้องการบริจาคเส้นผม เราก็เลือกตามแฟ้มโปรไฟล์นี้เป็นคนๆ(แปลกหน้า)ไป คนที่เราคิดว่าเขาน่าจะแฮปปี้ถ้าได้ใช้มันแล้ว

เสร็จแล้วก็ ชับๆๆๆๆๆๆ

IMG_1691

หัวเบาเลยทีเดียว

IMG_1697

เทียบกับที่มี

IMG_1693

วัดน้ำหนักได้ 75 g เลย ขนาดไว้ยาวขนาดนี้ยังไม่ถึงขีด lol

เพราะในการจะทำวิกผมมันไม่ง่ายขนาดนั้น

การจะทำวิกผม 1 หัว จะต้องมีผมบริจาคจาก 3 (หัว)คน

และค่าใช้จ่ายจะตกประมาณ 1,200 บาท

เชื่อมโยงกับสิ่งที่เรารู้จากกระทู้ต่างๆด้วยแล้วว่า หลายๆปีก่อน มีผู้บริจาคหลายรายบริจาคผมเข้ามาจำนวนมาก แต่ในความจริงแล้ว กลับไม่มีต้นทุนเพื่อสร้างวิกเลย

ป้าเองก็รับผมมาจากหลายๆองค์กรมาให้ป้าทำ วางเป็นกองพะเนิน

“เสมือนมีทราย อิฐ ดิน

แต่ไม่มีช่างก่อสร้าง”

ดังนั้นการบริจาคก็สามารถรับบริจาคได้ไม่ว่าเป็นผมหรือเงินบริจาค

ไม่มีผมก็สามารถร่วมทำบุญได้นะจ๊ะ

หรือหากเรามีญาติหรือคนรู้จักที่ต้องการวิกผม ก็สามารถติดต่อทางร้านนี้เลยค่ะ (ตามรูปด้านล่าง)

ใบนี้ก็เป็นใบที่ป้าบอกว่า

IMG_1705

ให้เก็บไว้นะ เก็บไว้ดูเล่น

โอเคเลยค่าาาาาาา

จากนั้นก็สะบัดบ๊อบเดินเล่นวังหลังต่อ

 

****** แนะนำ *******

ถ้าใครไม่อยากสะดวกในการบริจาคผม 

ลองไปบริจาคสิ่งของช่วยหมาแมวพิการก็ได้นะ 

มาช่วยเจ้าตัวน้อยสี่ขากันๆ

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén